
|
ประวัติเครื่องปั้นดินเผาของไทย |
|
เครื่องถ้วยในประเทศไทย |
|
|
1. เครื่องถ้วยที่ผลิตจากแหล่งเตาในประเทศไทย |
2. เครื่องถ้วยที่ผลิตจากแหล่งเตาในต่างประเทศ |

|
เครื่องปั้นดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ 1. เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง (อายุประมาณ 5,600 - 1,800 ปี) - สมัยต้น (อายุประมาณ 5,600 -
3,000 ปี) |
|
|
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงสมัยต้น |
|
|
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงสมัยกลาง |
|
|
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงสมัยปลาย |
|
|
2. เครื่องปั้นดินเผาบ้านปราสาท |
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเครือ

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเครือ
ชาวบ้านเชียงเครือได้อพยพมาจากเมืองมหาชัยกองแก้ว
ซึ่งเมืองนี้อยู่ในประเทศลาวในปัจจุบัน ได้อพยพมาตั่งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านทุ่งมั่ง
ปัจจุบันคือบ้านธาตุดูม อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
ผู้ที่อพยพมานั้นเป็นผู้ที่มีอาชีพทางด้านกสิกรรมและหัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านทุ่งมั่ง
มีดินเหนียวซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพยากรดิน นำมาปันเป็นเครื่องปั้นดินเผาได้
เครื่องปั้นดินเผาที่ปันนั้นส่วนมากจะเป็นประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น
โอ่งน้ำ หม้อข้าว หม้อแกง ถ้วย ชาม ตลอดจนเครื่องใช้อื่นๆที่จำเป็น
เมื่อปันเสร็จแล้วได้นำไปเผา ปรากฏว่าเครื่องปั้นเหล่านั้นแตกร้าวเป็นส่วนใหญ่
ส่วนที่ไม่แตกร้าวเมื่อนำไปใช้ก็ไม่คงทน เปราะและแตกง่าย
จากนั้นผู้ที่อพยพได้เสาะแสวงหาดินเหนียวที่มีคุณสมบัติเหมาะในการนำมาปั้นเป็นเครื่องปั้นดินเผา
ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัจจัยจำเป็นอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตของคนในสมัยนั้น
ชาวบ้านได้เสาะแสวงหาอยู่เป็นเวลานานพวกเขาได้พบดินเหนียวที่ถูกไฟป่าเผาจนสุกแล้ว
ใกล้ๆกับทางสายน้ำหนึ่ง
บริเวณที่พบดินนั้นเป็นบริเวณที่สัตว์ป่าใช้เดินลงไปดื่มน้ำในหน้าแล้ง
ดินที่พบนั้นเข้าใจว่าเป็นดินเหนียวที่ติดเท้าสัตว์ขึ้นมา พวกเขาลองหัก
และทุบดูเห็นว่าดินมีความแข็งไม่แตกหรือหักง่าย จึงได้ช่วยกันขุดเอาดินในบริเวณนั้นกลับไปปั้นแล้วนำไปเผา
ปรากฏว่าเมื่อเผาแล้วไม่มีการแตกร้าว มีความคงทนไม่เปราะหรือแตกง่าย
เนื่องจากแหล่งดินที่พบนั้นอยู่ไกลเกินไปยากลำบากต่อการนำดินมาปั้นยังหมู่บ้าน
พวกเขาจึงได้พากันอพยพอีกครั้งหนึ่ง พากันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้บริเวณที่พบแหล่งดิน
เพื่อความสะดวกในการเครื่องปั้นดินเผา หัวหน้าของผู้อพยพชื่อว่า ขุนพลกัมปาลาย
และนายเคน คำศรี
บริเวณที่พวกเขามาตั้งถิ่นฐานอยู่นี้คือที่ตั้งของบ้านเชียงเครือในปัจจุบันนี้
ทางน้ำที่พวกเขาพบก็คือห้วยลาก หรือเครือลาก ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของหมู่บ้านและชาวบ้านได้ยึดเป็นอาชีพ
ตำบลเชียงเครือตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง
จังหวัดสกลนคร ระยะห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 16 กม.เนื้อที่ 93 ตร.กม. จำนวนหมู่บ้าน 17 หมู่บ้าน
ส่วนในเขตบ้านเชียงเครือนั้นแบ่งออกเป็น 2 หมู่ คือ หมู่ 1 และหมู่ 14
ทิศเหนือ
จรด
บ้านโคกสว่าง
ทิศใต้ จรด
ห้วยลากและบริเวณที่นาบ้านดอนเชียงคูณ
ทิศตะวันออก จรด บ้านดอนเชียงบาลน้อย และ
บ้านดอนเชียงบาลใหญ่
ทิศตะวันตก
จรด บ้านหนองหอย
ลักษณะทางกายภาพเป็นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึงอีกทั้งสภาพของดินเป็นดินลูกรังไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกแต่ก็ยังพบการปลูกข้าว
เส้นทางคมนาคม อยู่ติดถนนหลวง
A12 ถนนสาย สกลนคร นครพนม
ก่อนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ สกลนคร
แหล่งท่องเที่ยว
วัดพุทธไสยาราม ตั้งอยู่บ้านเชียงเครือ หมู่ที่ 1 เจ้าอาวาสพระครูประสิทธิ
โชติโก (สุมังคะ) ในวัดมีหลวงพ่อพระพุทธไสยาสย์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปรางค์ไสยาสย์ขนาดใหญ่
ที่สร้างขึ้นมาเป็นเวลานานประมาณ 100 กว่าปี และขณะนี้ทางกรม
ศิลปากรได้ขึ้นบัญชีให้เป็นโบราณสถานและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
ซึ่งเป็นที่เคารพบูชา
วิวัฒนาการเครื่องปั้นดินเผาเชียงเครือ
การทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเครือทำมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ
ปู่
ย่า ตา ยาย จนมาถึงปัจจุบัน
ซึ่งวิธีการถ่ายทอดวิชาความรู้ในการทำเครื่องปั้นดินเผา
จะเป็นลักษณะการถ่ายทอดในครอบครัว คือ พ่อแม่ จะฝึกการปั้นให้แก่ลูกหลาน
เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระในการทำงานและฝึกปฏิบัติจนกระทั่งกลายเป็นความชำนาญ
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีรายได้เสริมคุ้มค่าการลงทน
การทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเครือนี้
เป็นอาชีพเสริมที่ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา
ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ในปัจจุบันทางรัฐได้ยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำเครื่องปั้นดินเผา
และปัจจุบันอาชีพการปั้นดินเผานี้บางครอบครัวก็ยึดเป็นอาชีพหลัก
บางครอบครัวก็ทำหลังจากการทำนาเสร็จ
ดินและแหล่งดินที่นำมาปั้น
ดินที่นำมาปั้นเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียด
ปัจจุบันขุดจากที่นาของนายเลิง อุปลีย์ ซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยลาก
อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านเชียงเครือ หมู่ที่ 14 ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
ซึ่งเจ้าของที่นาจะขุดขายในราคา คิวละ 400 บาท ขนส่งถึงที่โดยแยกเป็นค่าดิน 200 บาทค่าคนงานขุดดิน 130 บาท ค่ารถขนส่ง 70 บาท
ลักษณะดินเหนียวที่นำมาปั้น
ดินเหนียวที่นำมาปั้นต้องเป็นดินเนื้อละเอียดไม่มีหินหรือสิ่งอื่นใดเจือปนอยู่
เมื่อนำมาปั้นขึ้นรูปทรงแล้วไม่ฉีกขาด เมื่อเผาแล้วไม่แตกร้าว สีสวย มีความคงทน ซึ่งมีอยู่ 4 ลักษณะดังนี้
1. ดินเหนียวที่มีสีเทาปนเหลือง
2. ดินเหนียวที่มีสีเทาปนดำ
3. ดินเหนียวที่มีสีเทาปนแดง
4. ดินเหนียวที่มีสีดำปนเหลือง
ขั้นตอนในการขุดดินเหนียวเพื่อนำมาปั้น
ในการขุดดินเพื่อนำมาปั้นนั้นนิยมใช้คนขุด
ไม่ใช้รถขุด เพราะจะง่ายต่อการจัดเก็บและไม่มีสิ่งเจือปน
ทำให้ได้ดินตามลักษณะที่ต้องการ การใช้คนขุดดินนั้นมีขั้นตอนดังนี้
1. ใช้เสียม
ขุดเจาะเพื่อสำรวจหาดินเหนียวที่มีลักษณะความต้องการ
2. เมื่อพบดินตามลักษณะที่ต้องการแล้วจะขุดดินเพื่อเบิกหน้าดินออก
โดยจะขุดลึกลงไปประมาณ 30-40 เซนติเมตร
จน
ถึงชั้นดินเหนียว
ซึ่งในการขุดเพื่อเบิกหน้าดินจะขุดเบิกเป็นหลุมๆไปตามความกว้างยาว
ของแต่ละหลุมนั้นประมาณ
2 *4 เมตร
3. คนขุดจะใช้น้ำราดหน้าดินเหนียว แล้วใช้ค้อนทุบอัดดินให้แน่น
แล้วใช้เสียมซึ่งทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ขุดสับดินขึ้นมาเป็น
ก้อนๆ
จนกว่าจะหมดชั้นของดินเหนียว ดินแต่ละก้อนจะมีความยาว 30-50 เซนติเมตร หนาประมาณ 15 เซนติเมตร
การขนส่งดินเหนียวจากแหล่งดิน
การขนส่งดินเหนียวจากแหล่งดินนั้น เจ้าของบ่อดินจะใช้รถกระบะบรรทุกดิน
ขนส่งกับลูกค้า ตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง รถที่ขนส่งดินจะได้ค่าขนส่งคิวละ 70 บาท
สถานที่ประกอบการในการทำอาชีพเครื่องปั้นดินเผา
สถานที่ประกอบการในการทำอาชีพเครื่องปั้นดินเผา
มีสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินการและช่วยอำนวยความสะดวกในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา
ดังนี้
1.โรงเรือนสำหรับปั้น หรือผลิตเครื่องปั้นดินเผา
2.โรงเรือนสำหรับเก็บและตากเครื่องปั้นดินเผา หลังจากการปั้นเสร็จแล้ว
3.โรงเรือนสำหรับเก็บดินเหนียวที่ขุดมาจากบ่อดิน
4.โรงเรือนสำหรับเตาเผา
เครื่องมือและอุปกรณ์ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา
1. เครื่องนวดดิน
2. แป้นหมุน
3. มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1/3 หรือ 1/4 แรง
4. ยางนอกรถจักรยาน
5. วีไม้
6. เศษผ้า
7. ลวดเส้นเล็ก
8. ไม้ทรงกระบอก
หรือขวดทรงกระบอก
9. กระบะสำหรับแช่ดิน
10. กระบะสำหรับเก็บดินที่ผสมเสร็จแล้ว
ขั้นตอนในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา
ดิน คือ ดินเหนียวเนื้อละเอียด
ดินเชื้อ คือ ดินที่ได้จาการนำดินเหนียวแช่น้ำให้เปื่อย
แล้วคลุกผสมกับแกลบในอัตราส่วน1ต่อ 3 คือ
ดินเหนียว 1 ส่วน แกลบ 3 ส่วน ปั้นเป็นแผ่นกลม
ตากแดดให้แห้งแล้วนำไปเผาให้สุกและร่อนด้วยตระแกรงตาถี่ๆ
เพื่อให้เศษหินและสิ่งเจือปนต่างๆออก
ทราย คือ ทรายที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป
ขั้นตอนในการผลิตเครื่องปั้นดาเผา
มีดังนี้
1. นำดินเหนียวที่ขุดมาจากบ่อดิน
ตากแดดให้แห้ง แล้วทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ
หลังจากนั้นนำดินไปแช่น้ำในภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง
2. นำทราย
หรือดินเชื้อที่ร่อนเอาเศษหิน เศษสิ่งเจือปนต่างๆออกแล้ว
นำมาคลุกผสมกับดินเหนียวที่แช่หมักเอาไว้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 คือ ทราย 1 ส่วน ดิน 3 ส่วน
3. นำดินเหนียวที่คลุกกับดินเชื้อเสร็จแล้วนำเข้าเครื่องนวดดิน
และรีดดินออกมาเป็นเส้นกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร ออกมาทางหัวรีด
ช่างปั้นจะตัดเอาดินเหนียวใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้
ห่อด้วยผ้าพลาสติกเพื่อไม่ให้ถูกลม
และนำไปที่แป้นหมุนเพื่อทำการปั้นชิ้นงานตามต้องการ
เมื่อปั้นเสร็จแล้วจะใช้ลวดตัดและยกชิ้นงานปั้นออกจากแป้นหมุนแล้วนำไปไว้ในที่สำหรับผึ่งลมให้ชิ้นงานนั้นแห้ง
4. นำชิ้นงานปั้น
ที่ปั้นเสร็จแล้วไปตาก ในการตากนั้นทำกันอยู่ 2 ขั้นตอน ดังนี้
- ตากในที่ร่ม เครื่องปั้นดินเผาทุกอย่างหลังจากปั้นเสร็จแล้วจะตากไว้ในที่ร่มประมาณ 7-10 วัน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของอากาศ ถ้าอากาสมีความชื้นมากอาจจะตากไว้นานกว่านี้
โดยสังเกตจากสีของชิ้นงานปั้น ถ้าเป็นสีเทาขาว
แสดงว่าแห้งแล้วสามารถนำออกตากแดดได้

- ตากแดด การตากในขั้นตอนนี้คือการตากก่อนนำงานปั้นเข้าเตาเผา โดยจะตากแดดประมาณ 1-2 วัน

5. นำงานปั้นที่ตากแดดได้ที่แล้ว
เข้าเตาเผา ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาวัสดุที่ใช้ในการเผานี้ได้แก่
ฟืนแห้งและฟืนดิบ เผาผสมกันโดยใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง
ชิ้นงานปั้นที่เผาก็จะสุก คนที่ทำหน้าที่เผาจะดับไฟ
และเปิดประตูเตาเผาทิ้งไว้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง เพื่อเป็นการคลายความร้อน
จึงนำงานปั้นที่เผาแล้วออกจากเตา เพื่อนำไปจำหน่ายต่อไปปั้น
หรือผลิตเครื่องปั้นดินเผาดินเหนียว 1 คิว เมื่อปั้นเป็นเครื่องปั้นดินเผาแล้วจะมีรายได้จากการจำหน่ายเป็นเงินประมาณ 6,000-7,000 บาท
การจำหน่ายและการตลาดของเครื่องปั้นดินเผา
เครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียงเครือ
เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงมานาน
เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ราคาขายในปัจจุบัน มีตั้งแต่ราคา 5 บาท ไปจนถึงราคาสูงสุด 200 บาท ต่อชิ้นงานปั้นนั้น
การจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาในปัจจุบัน
1. วางจำหน่ายให้ลูกค้าที่สัญจรผ่านไปมาทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด
2. จำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป
3. จำหน่ายให้กับเจ้าของสวนดอกไม้ต่างๆ
4. จำหน่ายให้กับวัดทางพุทธศาสนา
และคริสต์ศาสนา
5. จำหน่ายให้กับหน่วยงานทางราชการ
เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล พัฒนาชุมชนเกษตร
6. จำหน่ายให้กับพ่อค้าเร่ขาย
กลุ่มอาชีพหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา
ประธานกลุ่ม นายเปรม
บุญตาท้าว
บ้านเลขที่ 263 หมู่ที่ 14 ต.เชียงเครือ อ.เมือง
จ.สกลนคร 47000
หมายเลขโทรศัพท์ 0-4275-4196
ประวัติและการบริหารจัดการ
จัดตั้งกลุ่มครั้งแรกเมื่อปี
พ.ศ. 2533 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง
จ.สกลนครและได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นทั้งกำลังนักศึกษา
คณะวิศวกรรมศาสตร์ และงบประมาณสนับสนุนตามโครงการอีสานเขียวเป็นเครื่องนวดดิน
จำนวน 1 เครื่อง
กลุ่มในชุมชน
- คณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับหมู่บ้าน
(กพ.สม.)
- คณะกรรมการเยาวชนหมู่บ้าน
(กยม.)
- กลุ่มอาชีพหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา
สภาพการรวมตัว
เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มทำเครื่องปั้นดินเผา
เพื่อส่งเสริมการทำเครื่องปั้นดินเผาของพื้นที่
ให้เป็นที่รู้จักและนิยมกันในพื้นที่ใกล้เคียง และอื่น ๆ จำนวนสมาชิก
30
คน
จำนวนประชากร
กลุ่มอาชีพหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา
มีสมาชิกกลุ่ม 30 คน
อาชีพหลักของชุมชน/กลุ่ม
ทำนา
อาชีพรองของชุมชน/กลุ่ม
ทำหัตถกรรม
ปัญหาที่พบและสิ่งที่ชุมชนต้องการ
1. เชื้อเพลิงที่นำมาเผาค่อนข้างหายาก
และราคาแพง
2. ขาดวัสดุที่ใช้ในการผลิต
3. ขาดสถานที่ที่ใช้ในการผลิต
แนวทางการวิเคราะห์และแนวทางแก้ไข
1. ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกไม้โตเร็ว
2. ประสานงานกับ อบต.
ให้ส่งเสริมจัดหาสถานที่ในการผลิต
3. ปรับปรุงรูปแบบและเสริมทักษะของผลิตภัณฑ์ทันสมัย
และสวยงาม
4. ปรับปรุงพัฒนารูปแบบการใช้เชื้อเพลิง
โดยไม่ทำลายสภาพสิ่งแวดล้อม
|
บ้านเชียง |
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง
|
|
|
|
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเขียง

บ้านเชียงเป็นชุมชนเล็กๆ
คนในหมู่บ้านมีความสนิทชิดเชื้อกัน อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน
แม้ว่าเทคโนโลยีและความเจริญจะเข้าถึง แต่ประเพณีและวัฒธรรมยังคงรักษาไว้
เพื่อรอรับทุกท่านตลอดเวลา และเราทุกคนควรรักษาประเพณีวัฒธรรม
ทั้งสมบัติของแผ่นดินให้คงอยู่ สืบต่อไป ..คนบ้านเชียง รักบ้านเชียง..
วันที่ : 16 ก.ค. 50
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเขียง

วันที่ : 9 ก.ค. 50