อาหารขยะ. 6 กุมภาพันธ์ 2545. ไทยรัฐ , 7.

งานวิจัยในสหรัฐฯพบว่าผู้ชายที่ชอบกินอาหารแบบตะวันตก หรือ อาหารขยะ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด เนื้อแดง อาหารนมเนยที่มีไขมันสูงหรืออาหารอบที่ทำจากแป้ง มีความเสี่ยงถึง 60 % ที่จะเป็นเหยื่อโรคเบาหวานหลังวัย 40 ปีไปแล้ว แม้จะไม่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น แต่ผู้ชายที่กินผักผลไม้มากๆ รวมทั้งธัญพืช ปลา กับสัตว์ปีก มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่สองต่ำกว่าระดับปกติ 20% นักวิชาการมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดในสหรัฐฯ ได้วิจัยตรวจสอบสุขภาพของผู้ชายในสาขาวิชาอาชีพต่างๆ อายุ 40-75 ปี จำนวน 42,504 คน ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับอาหารหารหิน การออกกำลังกายและน้ำหนักตัวใช้เวลาติดตามเก็บข้อมูล 12 ปีเต็ม คือตั้งแต่ปี 2529-2541 พบว่า มีผู้ป่วยประเภทที่สอง 1,300 คน ทั้งนี้ เบาหวานประเภทดังกล่าวมักเกิดกับคนที่เลยวัย 40 ปีไปแล้ว ซึ่งร่างการไม่ได้ผลิตอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุภาพบอกว่า สหรัฐฯ อาจมีผู้ป่วยสูงถึง 29 ล้านคนในอีก 50 ปีข้างหน้า เพราะคนอเมริกันชอบกินอาหารขยะ ทำให้ยิ่งอ้วนเมื่อมีอายุมากขึ้น

 

กลุ่มของสารกันบูด เช่น กรดเบนโซอิก, เกลือเบนโซเอท, โซเดียมเบนโซเอท, เกลือไนไตรด์, เกลือไนเตรท ซึ่งสามารถพบได้ในอาหารกึ่งสำเร็จรูปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่ซอง, ขนมกรุบกรอบ ไล่ไปจนถึงอาหารกล่องนึ่งไมโครเวฟ หรือแม้แต่เครื่องปรุงประเภทซีอิ๊วและซอสต่างๆ ทั้งนี้เพื่อยืดอายุการวางสินค้าบนชั้นวาง (Life shelf) ให้ได้นานที่สุด

กลุ่มของสารกันหืน ได้แก่ สารประกอบกอลเลท, สารบิวทีเลทเต็ด ไฮดรอกซีอะนีโซล, สารบิวทีเลทเต็ด ไฮดรอกซีโทลูอีน ซึ่งมักจะพบใส่ในอาหารประเภทขนมทอด ขนมกรุบกรอบ ไอศกรีม มาการีน เป็นต้น

กลุ่มของสารเพิ่มเนื้อและสารที่ทำให้ข้น เพื่อให้มีปริมาณดูมากขึ้น ได้แก่ วุ้น, คาราจีแนน และทรากาแคนต์ ซึ่งมักพบใช้ในอาหารประเภทไอศกรีม, เยลลี, ครีมแต่งหน้าเค้ก, เนยแข็ง

กลุ่มผงชูรส ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดอาการเห่อ และอักเสบของผิวของคนที่มีแนวโน้มผิวแพ้ง่ายได้มากขึ้น บางคนจะบอกได้ทันทีหลังกินอาหารมาว่า โดนผงชูรสเข้าให้แล้ว เพราะทุกครั้งที่กินผงชูรสอาการเห่อแดงของผิวหนังจะเป็นขึ้นมาแทบจะทันที

จะเห็นได้ว่า อาหารที่ตกอยู่ในกลุ่มอาหารขยะ หรือ อาหารดัดแปลง ปรุงแต่งต่างๆ จะมีการใช้สารในกลุ่มนี้เป็นส่วนประกอบเยอะมาก อย่างน้อย 3 อย่างขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น ไอศกรีม มีการใส่ทั้งสารเพิ่มเนื้อ สารแต่งสี สารกันหืน, เนยมีการใส่สารกันหืน สารกันบูด หรือแม้แต่สารแต่งสีเข้าไป, ขนมกรุบกรอบ บะหมี่ซอง มีการใส่สารกันบูด สารกันหืน และผงชูรส เป็นต้น

 

อาหารขยะ ได้แก่ขนมกรุบกรอบ บะหมี่ซอง และน้ำอัดลม  อาหารกลุ่มนี้เป็นแป้งที่ขัดสีเอาเส้นใย และวิตามินออกหมด น้ำตาลก็ฟอกขาว แล้วแถมเติมด้วยสารแต่งสี แต่งกลิ่น กับผงชูรสเข้าไป  ตามด้วยกระบวนการทอดในน้ำมันซ้ำๆ

 
เวลาที่ร่างกายรับเอาแป้งขัดขาวหรือน้ำตาลฟอกขาวเข้าไป จะย่อยแล้วดูดซึมเข้าสู่เซลล์อย่างรวดเร็ว เข้าสู่วงจรชีวเคมีที่เรียกว่า วงจรเครปส์ ภายในเซลล์แล้วเผาผลาญให้เกิดพลังงานทันที โดยปกติวงจรเคมีนี้ต้องการวิตามินบีทั้งกลุ่ม ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์เพื่อจรรโลงให้กระบวนการเคมีผ่านไปโดยราบรื่น ในเมื่อไม่ได้รับวิตามินมาพร้อมกับอาหาร  ร่างกายจะต้องใช้วิตามินที่เป็นทุนเก่า ซึ่งปกติใช้อยู่ในเซลล์สมอง มาช่วยให้กล้ามเนื้อได้เผาผลาญให้เกิดกำลังงาน  ผลก็คือ เมื่อกินอาหารกลุ่มนี้บ่อยๆ วิตามินบีจะหมดไปจากระบบประสาทอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้เกิดอาการต่างๆ เช่นสมองมึนงง สมาธิสั้น หงุดหงิด ซุกซนเกินเหตุ และง่วงเหงาซึมเซา 

สารแต่งสี แต่งกลิ่น สารกันบูด สารกันเชื้อราและผงชูรส เป็นสารเคมีที่ร่างกายไม่ได้ใช้ประโยชน์ มีเป็นเพียงกับดักที่ล่อตาล่อลิ้นให้กินไม่ยั้งกลืนไม่หยุดเท่านั้นเอง  เมื่ออยู่ในร่างกายก็รังแต่จะเป็นขยะที่เป็นภาระแก่ตับและไตของเด็กๆต้องคอยขับออก ไตและตับน้อยๆของเด็กเหล่านี้จึงต้องทำงานหนัก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไตวาย ตับอักเสบ ไขมันพอกตับ และมะเร็งในเวลาที่ไม่นาน
กระบวนการผลิตที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ ในวันหนึ่งๆที่โรงงานทอดบะหมี่ซอง เครื่องจักรแต่ละเครื่องจะทอดบะหมี่ได้ 50,000 ซองต่อวัน  ผลก็คือ กระบวนการเผาไหม้ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งยิงทำลายโครงสร้างของกรดไขมันในน้ำมัน แตกตัวเป็นสารโมโนเมอร์ ไดเมอร์ ไตรเมอร์ โพลีเมอร์ บ้างม้วนตัวแล้วจับกับคลอไรด์ กลายเป็นสารไดอ็อกซิน ซึ่งทั้งหมดเป็นบั่นทอนภูมิต้านทาน เป็นเหตุให้เด็กๆเหล่านี้ภูมิต้านทานต่ำภูมิแพ้ และก่อมะเร็งในที่สุด