การคุมกำเนิด

 

 

การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิด หรือการป้องกันการตั้งครรภ์จะช่วยให้พ่อแม่เลือกมีลูกได้ในระยะเวลาที่ต้องการ และเลือกได้ว่าต้องการจะมีลูกจำนวนเท่าใด ทำให้พ่อแม่มีลูกในเวลาที่ต้องการจะมีลูกจริง ๆ จึงสามารถเลี้ยงดูให้ทุกคนในครอบครัวได้รับความสุขสมบูรณ์และพ่อแม่ก็สบายใจ

 

 

การคุมกำเนิด แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

1. การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว

สำหรับฝ่ายหญิง ได้แก่ ยาเม็ดคุมกำเนิด ห่วงอนามัย ยาฉีดคุมกำเนิด ยาเหน็บช่องคลอด การนับระยะปลอดภัย ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดกินหลังการมีเพศสัมพันธ์ แคปซูลฝังคุมกำเนิด

สำหรับฝ่ายชาย ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัย

2. การคุมกำเนิดแบบถาวร ได้แก่

การทำหมันหญิง

การทำหมันชาย

ยาเม็ดคุมกำเนิด ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนจะช่วยป้องกันและควบคุมไม่ให้ไข่ตกจากรังไข่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเยื่อบุมดลูกไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้วยัง และยังทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวขึ้นทำให้ตัวอสุจิผ่านเข้าไปไม่สะดวกจึงไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

วิธีกินยาเม็ดคุมกำเนิด

1. เริ่มกินยาเม็ดแรกที่ลูกศรชี้ในวันแรกของการมีประจำเดือน

2. กินยาวันละเม็ดเรียงตามลำดับลูกศรหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอน

3. เมื่อยาหมดแผงให้เริ่มกินแผงใหม่

4. หยุดกินยาเมื่อต้องการมีบุตร

ข้อดี ไม่ยุ่งยากเวลามีเพศสัมพันธ์ สะดวก ใช้ง่าย ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดี สามารถลดอาการปวดประจำเดือนได้

อาคารข้างเคียง อาจคลื่นไส้ อาเจียน อาจมีน้ำหนักเปลี่ยนแปลง มีเลือดออกกระปริบกระปรอย

ข้อควรระวัง ผู้ที่ไม่เคยกินยาเม็ดคุมกำเนิดมาก่อนควรไปตรวจร่างกายและขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อน ผู้เป็นโรคต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะกินยาเม็ดคุมกำเนิด

โรคตับ โรคความดันโลหิตสูง โรคต่อมธัยรอยด์ โรคเบาหวาน โรคเส้นเลือดดำขอด โรคหัวใจ โรคมะเร็งเต้านมและอวัยวะสืบพันธุ์

ห่วงอนามัย เป็นเวชภัณฑ์ทำด้วยพลาสติก มีลักษณะโค้งงอ ขนาดพอเหมาะใช้ใส่ทางปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกโดยแพทย์หรือพยาบาล ควรใส่ห่วงอนามัยระหว่างมีประจำเดือนหรือประจำเดือนหมดใหม่ ๆ

ห่วงอนามัยจะทำให้ไข่ที่ผสมแล้วไม่สามารถฝังตัวในผนังมดลูกได้ การใช้ห่วงอนามัยอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกกระปริบกระปรอยหรือมีประจำเดือนมามากผิดปกติมีอาการปวดท้องน้อยหรือมีตกขาวได้บ้าง แต่ก็มีข้อดีในแง่ที่สามารถใช้ติดต่อกันได้นานและประหยัด แต่ต้องทำการตรวจห่วงเป็นระยะ ๆ

ยาฉีดคุมกำเนิด เป็นฮอร์โมนสังเคราะห์เช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศที่ผลิตจากรังไข่ในเพศหญิงโดยยาจะออกฤทธ์ป้องกันการตกไข่ ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนและเอสโตเจน หลังการฉีดยา 1 ครั้งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน โดยเริ่มฉีดยาวันที่ 5 ของการมีประจำเดือน และควรงดการร่วมเพศในระยะ 10 วัน ของการฉีดยา โดยอาจใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น การสวมถุงยางอนามัยของสามี เป็นต้น

ข้อดี

1. สามารถป้องกันได้นาน 3 เดือน ราคาถูก และตัดปัญหาเรืองการลืมกินยาได้

2. ทำให้น้ำนมมากขึ้น สามารถใช้ฉีดในสตรีให้นมบุตรได้ด้วย

อาการข้างเคียง

1. การมีเลือดออกตามช่องคลอดกระปริบกระปรอย หรือไม่มีประจำเดือนมาเลย

2. มีปัญหาการตั้งครรภ์ล่าช้าหลังจากการเลิกฉีดยา จะไม่มีการตั้งครรภ์ทันที มักล่าช้าไปประมาณ 3 – 12 เดือน

ถุงยางอนามัย มีลักษณะเป็นถุงยางบางๆ มีขอบยางรูปกลมด้านบน มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว ด้านล่างมีส่วนยื่นออกไปเล็กน้อย สำหรับเก็บอสุจิ ภายในมีความชื้นเล็กน้อย มีความยืดหยุ่นสูง

วิธีใส่ถุงยางอนามัย

1. ให้ใส่ถุงยางเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว

2. ดึงถุงยางออกจากซอง

3. ใช้มือบีบปลายถุงยาง และครอบไปบนอวัยวะเพศให้ขอบที่ม้วนอยู่ด้านนอก ถ้าเป็นถุงยางชนิดปลายมน ต้องเหลือที่ไว้สำหรับเป็นที่รับน้ำเชื้อ และกันไม่ให้ถุงยางแตก

4. รูดเข้าหาตัวจนสุด แล้วจึงใส่อวัยวะเพศเข้าใส่ช่องเพศในช่องคลอด

5. เมื่อหลั่งน้ำเชื้อแล้ว ให้ถอนอวัยวะเพศออกจากช่องคลอดทันที ก่อนที่จะอ่อนตัว โดยใช้มือจับที่ขอบยางกันหลุด แล้วจึงรูดถุงยางออกมา

ถุงยางอนามัย ใช้ได้เพียงครั้งเดียว ห้ามนำมาใช้อีก นอกจากสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้แล้ว ถุงยางอนามัยยังป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ และโรคเอดส์ได้

การทำหมันชาย เป็นการคุมกำเนิดชนิดถาวรใช้เวลาในการทำเพียง 15 – 20 นาที และใช้เวลาในการรักษาแผลผ่าตัดเพียง 1 สัปดาห์ โดยแพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วทำผ่าตัดตรงที่มีท่อน้ำเชื้ออสุจิ โดยจะผูกและตัดท่อนี้ให้ขาดออกจากกัน ทำให้ตัวอสุจิผ่านออกมาไม่ได้ จึงไม่เกิดการตั้งครรภ์ หลังผ่าตัดทำหมันในช่วง 3 เดือนแรก ผู้ชายควรสวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากมีเชื้ออสุจิคั่งค้างอยู่ในท่อเก็บอสุจิ อาจทำให้ตั้งครรภ์ได้

การทำหมันหญิง คือ การทำให้ร่อรังไข่หรือทางเดินของไข่ทั้งสองข้างตีบตัน หรือขาดจากกัน ซึ่งอาจทำได้โดยการผูก ตัด อุดด้วยสารเคมี หรือจี้ด้วยไฟฟ้า ทำให้ไข่และอสุจิไม่สามารถผสมกันได้ การตั้งครรภ์จะไม่เกิดขึ้น การทำหมันหญิงทำได้ 2 วิธี

1. การทำหมันเปียก หรือหมันสด มักจะทำหลังคลอดบุตรใหม่ๆ ภายใน 24 – 48 ชั่วโมง

2. การทำหมันแห้ง เป็นการทำหมันในระยะเวลาปกติหรือหลังคลอดบุตรมานานแล้ว