อริสโตเติล

 

http://www.school.net.th/library/create-web/10000/history/10000-3752/pic1.jpeg

 

อริสโตเติล นักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาชาวกรีกในสมัยโบราณ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าในวิทยาศาสตร์ทุกๆแขนง มาเป็นเวลามากกว่า 1,000 ปี และเป็นนักสังเกตการณ์ทางธรรมชาติผู้เชี่ยวชาญผู้หนึ่ง ทฤษฎีของเขาส่วนมากเป็นที่ยอมรับนับถือมากจนถึงสมัยศตวรรษที่14 แม้ทฤษฎีของเขาบางข้อภายหลังมาพิสูจน์ว่าผิด ตังอย่างเช่นความเชื่อที่ว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่ก็ต้องเข้าใจว่าในสมัยนั้นยังไม่มีกล้องโทรทรรศ์เลย แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักสังเกตและนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง

อริสโตเติล เกิดเมื่อปี 260 ก่อนคริสตกาล ที่ประเทศกรีก บิดาของเขาเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของกษัตริย์แห่งแมคซีดอน(Macedon) เมื่อเขาอายุได้ 18 ปี อริสโตเติลเดินทางไปศึกษาที่เมืองเอเธนส์โดยที่เขาได้เป็นศิษย์ของพลาโต (Plato) นักปราชญ์ชาวกรีกผู้มีชื่อเสียง จากการเป็นนักค้นคว้า นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และความเป็นคนช่างสังเกต ทำให้เขาได้สรุปความคิดเห็นและความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งต่างๆไว้หลายประการ อาทิเช่น เป็นคนแรกที่แสดงให้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าโลกมีสัณฐานกลม ซึ่งเขาได้ข้อสรุปนี้มาจากการสังเกตว่า จันทรุปราคา เงาของโลกที่ทอดไปยังดวงจันทร์นั้นโค้งไม่ได้เป็นเส้นตรง วัตถุที่มีส่วนโค้งเท่านั้นจึงจะให้เกิดเงาที่โค้งได้ ดังนั้นโลกจึงต้องมีรูปร่างที่มีส่วนโค้ง

นอกจากนั้นก็เป็นคนแรก ที่ให้ความเห็นว่าโลกอยู่ตรงกลางของจักรวาล โดยมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบ ความเห็นข้อนี้ได้รับความเชื่อถือมาหลายร้อยปี จนกระทั้ง “นิโคลลัส โคเปอร์นิคัส” นักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้พิสูจน์ว่าแท้จริงแล้ว โลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่แท้จริง

อริสโตเติล เขียนหนังสือไว้หลายเล่ม จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันได้ทราบเรื่องงานของเขา เขาเป็นคนแรกที่ได้บันทึกพฤติกรรมของสัตว์และพืช นอกจากนั้นก็ยังสนใจในพฤติกรรมของมนุษย์ อย่างลึกซึ้งและมีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกๆ คนมีความสามารถและความคิดไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีโอกาสที่จะเก่งได้เท่ากัน

อริสโตเติล มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย คนหนึ่งนั้นก็คือ อเล็กซานเดอร์ โอรส ของกษัตริย์ฟิลลิปแห่งเมืองแมคซีดอน ซึ่งกลายมาเป็นผุ้มีอำนาจสูงที่สุดในโลกและเป็นผู้ครอบครองกรีกทั้งหมด ตลอดจนเปอร์เซียจนถึงประเทศอินเดีย แต่เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์เมื่อปี 323 ก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติลก็เสียผู้มีอำนาจที่จะสนับสนุน และมีหลายคนในเอเธนส์ที่ไม่ชอบเขา เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากเอเธนส์พร้อมกับลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง ก่นที่จะถูกศัตรูทำร้าย

อริสโตเติล ถึงแก่กรรมเมื่อ 322 ปีก่อนคริสตกาล รวมอายุได้ 62 ปี

http://www.geocities.com/joomp69/aristotle.htm

 


โดย : นาย rangsun sodsaithong, 4/3 Klonglaung Prathumtanee 13180, วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545

 

 

 

 

อริสโตเติล

 

ผู้เป็นบิดาแห่งชีววิทยา

 

Aristotle นักปราชญ์ชาวกรีก ผู้ได้รับฉายว่าเป็นบิดาแห่งชีววิทยามีชีวิตอยู่ราว 384-322 ปี ก่อนคริสตศักราช อริสโตเติลเป็นทั้งนักวิทยาศษสตร์และนักปราชญ์ เขาเป็นผู้เริ่มต้นศึกษาสัตว์โดยการสังเกต เป็นผู้แบ่งสัตว์ออกเป็น 2 พวก คือพวกที่มีกระดูกสันหลังและพวกที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ทางด้านเคมี อริสโตเติลได้สรุปไว้ว่า"สารทั้งหลายได้ประกอบด้วยธาตุต่างๆ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่สารต่างๆมีคุณสมบัติแตกต่างกันก็เพราะสัดส่วนของธาตุทั้งสี่ในสารนั้นต่างกัน"น่าเสียดายที่เขาได้สรุปผิด แต่ก็เป็นความเชื่อในสมัยโน้น นอกจากนั้นอริสโตเติลยังเป็นนักปรัชญาชีวิตที่สำคัญผู้หนึ่งอีกด้วย

 

 

อริสโตเติล (กรีก: Αριστοτέλης, Aristotelēs ; อังกฤษ: Aristotle) (พ.ศ. 160 (384 ก่อนค.ศ.) - 7 มีนาคม พ.ศ. 222 (322 ก่อนค.ศ.)) เป็นนักปรัชญากรีกโบราณ ท่านและเพลโตได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักปรัชญาที่มีอิทธิพลสูงที่สุดท่านหนึ่ง ในโลกตะวันตก ด้วยผลงานเขียนหนังสือเกี่ยวกับฟิสิกส์ กวีนิพนธ์ สัตววิทยา รัฐบาล และชีววิทยา

[แก้] บทนำ

นักปรัชญากรีกโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ อริสโตเติล, เพลโต (อาจารย์ของอริสโตเติล) และโสกราติส (ที่แนวคิดของเขานั้นมีอิทธิพลอย่างสูงกับเพลโต) พวกเขาได้เปลี่ยนโฉมหน้าของปรัชญากรีก สมัยก่อนโสกราติส จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของปรัชญาตะวันตกในลักษณะปัจจุบัน โสกราติสนั้นไม่ได้เขียนอะไรทิ้งไว้เลย ทั้งนี้เนื่องจากผลของแนวคิดปรากฏในบทสนทนาของเพลโตชื่อ เฟดรัส เราได้ศึกษาแนวคิดของเขาผ่านทางงานเขียนของเพลโตและนักเขียนคนอื่น ๆ ผลงานของเพลโตและอริสโตเติลเป็นแก่นของปรัชญาโบราณ

อริสโตเติลเป็นหนึ่งในไม่กี่บุคคลในประวัติศาสตร์ที่ได้ศึกษาแทบทุกสาขาวิชาที่มีในช่วงเวลาของเขา ในสาขาวิทยาศาสตร์ อริสโตเติลศึกษา กายวิภาคศาสตร์, ดาราศาสตร์, วิทยาเอ็มบริโอ, ภูมิศาสตร์, ธรณีวิทยา, อุตุนิยมวิทยา, ฟิสิกส์,และ สัตววิทยา   ในด้านปรัชญา อริสโตเติลเขียนเกี่ยวกับ สุนทรียศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, จริยศาสตร์, การปกครอง, อภิปรัชญา, การเมือง, จิตวิทยา, วาทศิลป์ และ เทววิทยา   เขายังสนใจเกี่ยวกับ ศึกษาศาสตร์, ประเพณีต่างถิ่น, วรรณกรรม และ กวีนิพนธ์ ผลงานของเขาเมื่อรวบรวมเข้าด้วยกันแล้ว สามารถจัดว่าเป็นสารานุกรมของความรู้สมัยกรีก

  • ปรัชญาของอริสโตเติล
  • อภิปรัชญาของอริสโตเติล
  • ปรัชญาธรรมชาติของอริสโดเติล
  • จิตวิทยาของอริสโตเติล

[แก้] ประวัติ

อริสโตเติล (งานปั้น)

http://th.wikipedia.org/skins-1.5/common/images/magnify-clip.png

อริสโตเติล (งานปั้น)

อริสโตเติลเกิดเมื่อประมาณ 384 หรือ 383 ปีก่อนคริสตกาลที่เมืองสตากีรา

 (Stagira) ในแคว้นมาเซโดเนีย (Macedonia) ซึ่งเป็นแคว้นที่แห้งแล้งทางตอนเหนือสุดชองทะเลเอเจียน (Aegaeen Sea) ของประเทศกรีก เป็นบุตรชายของนายนิโคมาคัส (Nicomachus) ซึ่งมีอาชีพทางการแพทย์ประจำอยู่ที่เมืองสตาราเกีย และยังเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระเจ้าอมินตัสที่ 2 (King Amyntas II) แห่งมาเซโดเนีย

ในวัยเด็กนั้นผู้ที่ให้การศึกษาแก่อริสโตเติลคือบิดาของเขานั้นเองซึ่งเน้นหนักไปในด้านธรรมชาติวิทยา เมื่อเขาอายุได้ 18 ปีก็ได้เดินทางไปศึกษาต่อกับปรัชญาเมธีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุดนั้นคือ เพลโต ในกรุงเอเธนส์ (Athens) ในระหว่างการศึกษาอยู่กับเพลโต 20 ปีนั้นทำให้อริสโตเติลเป็นนักปราชญ์ที่ลือนามต่อมาจากเพลโต ต่อมาเมื่อเพลโตถึงแก่กรรมในปี 347 ปีก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติลจึงเดินทางไปรับตำแหน่งเป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ในปี 343 - 342 ก่อนคริสตศักราช ต่อมาในปี 336 ก่อนคริสตศักราช พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระเจ้าฟิลิป พระองค์จึงได้พระราชทานทุนให้แก่อริสโตเติลเพื่อจัดตั้งโรงเรียนที่สตากิราชื่อไลเซียม (Lyceum)

ในการทำการศึกษาและค้นคว้าของอริสโตเติลทำให้เขาเป็นผู้รอบรู้สรรพวิชา และได้เขียนหนังสือไว้มากมายประมาณ 400 - 1000 เล่ม ซึ่งงานต่าง ๆ ที่ได้เขียนขึ้นมานั้น ได้มีอิทธิพลต่อความเชื่อในศาสนาคริสต์จวบจนกระทั่งยุคกลางหรือยุคมืด ซึ่งมีเวลาประมาณ 1,500 ปีเป็นอย่างน้อย

[แก้] คำสอน

คำสอนที่น่าสนใจของอริสโตเติลได้แก่ ความเชื่อที่ว่าโลกเรานี้ประกอบด้วยธาตุต่างๆ 4 ธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ

ในเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลนั้นอริสโตเติลเข้าใจว่า โลกเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาลโดยมีดวงดาวต่าง ๆ รวมทั้งดวงอาทิตย์โคจรรอบ ๆ สวรรค์นั้นอยู่นอกอวกาศ โลกอยู่ด้านล่างลงมา น้ำอยู่บนพื้นโลก ลมอยู่เหนือน้ำ และไฟอยู่เหนือลมอีกทีหนึ่ง ธาตุต่าง ๆ ของโลกจะเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ทว่าธาตุที่ประกอบเป็นสวรรค์นั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงจะมีรูปร่างเช่นนั้นตลอดไป ซึ่งคำสอนต่อมาในปี ค.ศ. 1609 โจฮันน์ เคปเลอร์ (Johann Kepler) ได้ตั้งกฏของเคปเลอร์ ซึ่งเป็นการประกาศว่า โลกเราโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี เป็นการลบล้างความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลของอริสโตเติล

และในอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ กรณีของวัตถุสองอย่างที่มีน้ำหนักไม่เท่ากัน จะตกลงถึงพื้นไม่พร้อมกันตามหลักของอริสโตเติล ซึ่งกาลิเลโอ ได้ทำการพิสูจน์ต่อหน้าสาธารณชนที่หอเอนแห่งปิซาว่าเป็นคำสอนที่ไม่จริงในปี ค.ศ. 1600

แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของอริสโตเติลทางด้านชีววิทยานั้นเป็นที่ยกย่องกันมาก เพราะเขาได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับชีวิตของสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา และพวกสัตว์เลื้อยคลานและได้ทำการบันทึกไว้อย่างละเอียดมาก เขาได้แบ่งสัตว์ออกเป็น 2 พวกใหญ่ คือ พวกมีกระดูกสันหลัง (Vertebrates) และพวกไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrates) นับว่าอริสโตเติลเป็นผู้บุกเบิกความรู้ทางด้านนี้จนได้รับการยกย่องว่าเป็นนักธรรมชาติวิทยาคนแรกของโลก

 

 

อริสโตเติล

http://thaiastro.nectec.or.th/person/img/aristotle.gif

ARISTOTLE

กฤษดา โชคสินอนันต์

เกิดเมื่อ: ประมาณ 384 หรือ 383 ปีก่อนคริสตกาล
ตายเมื่อ: ประมาณ 322 ปีก่อนคริสตกาล

อริสโตเติลเกิดเมื่อประมาณ 384 หรือ 383 ปีก่อนคริสตกาลที่เมือสตากีรา (Stagira) ในแคว้นมาเซโดเนีย (Macedonia) ซึ่งเป็นแคว้นที่แห้งแล้งทางตอนเหนือสุดชองทะเลเอเจียน (Aegaeen Sea) ของประเทศกรีก เป็นบุตรชายของนายนิโคมาคัส (Nicomachus) ซึ่งมีอาชีพทางการแพทย์ประจำอยู่ที่เมืองสตาราเกีย และยังเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระเจ้าอมินตัสที่ 2 (King Amyntas II) แห่งมาเซโดเนีย

ในวัยเด็กนั้นผู้ที่ให้การศึกษาแก่อริสโตเติลคือบิดาของเขานั้นเองซึ่งเน้นหนักไปในด้านธรรมชาติวิทยา เมื่อเขาอายุได้ 18 ปีก็ได้เดินทางไปศึกษาต่อกับปรัชญาเมธีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุดนั้นคือ เพลโต (Ptato) ในกรุงเอเธนส์ (Athens) ในระหว่างการศึกษาอยู่กับเพลโต 20 ปีนั้นทำให้อริสโตเติลเป็นนักปราชญ์ที่ลือนามต่อมาจากเพลโต ต่อมาเมื่อเพลโตถึงแก่กรรมในปี 347 ปีก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติลจึงเดินทางไปรับตำแหน่งเป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ในปี 343 - 342 ก่อนคริสตศักราช ต่อมาในปี 336 ก่อนคริสตศักราช พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระเจ้าฟิลิป พระองค์จึงได้พระราชทานทุนให้แก่อริสโตเติลเพื่อจัดตั้งโรงเรียนที่สตากิราชื่อไลเซียม (Lyceum)

ในการทำการศึกษาและค้นคว้าของอริสโตเติลทำให้เขาเป็นผู้รอบรู้สรรพวิชา และได้เขียนหนังสือไว้มากมายประมาณ 400 - 1000 เล่ม ซึ่งงานต่าง ๆ ที่ได้เขียนขึ้นมานั้น ได้มีอิทธิพลต่อความเชื่อในศาสนาคริสต์จวบจนกระทั่งยุคกลางหรือยุคมืด ซึ่งมีเวลาประมาณ 1,500 ปีเป็นอย่างน้อย

คำสอนที่น่าสนใจของอริสโตเติลได้แก่ ความเชื่อที่ว่าโลกเรานี้ประกอบด้วยธาตุต่างๆ 4 ธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ

ในเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลนั้นอริสโตเติลเข้าใจว่า โลกเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาลโดยมีดวงดาวต่าง ๆ รวมทั้งดวงอาทิตย์โคจรรอบ ๆ สวรรค์นั้นอยู่นอกอวกาศ โลกอยู่ด้านล่างลงมา น้ำอยู่บนพื้นโลก ลมอยู่เหนือน้ำ และไฟอยู่เหนือลมอีกทีหนึ่ง ธาตุต่าง ๆ ของโลกจะเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ทว่าธาตุที่ประกอบเป็นสวรรค์นั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงจะมีรูปร่างเช่นนั้นตลอดไป ซึ่งคำสอนต่อมาในปี ค.ศ. 1609 โจฮันน์ เคปเลอร์ (Johann Kepler) ได้ตั้งกฏของเคปเลอร์ ซึ่งเป็นการประกาศว่า โลกเราโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี เป็นการลบล้างความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลของอริสโตเติล

และในอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ กรณีของวัตถุสองอย่างที่มีน้ำหนักไม่เท่ากัน จะตกลงถึงพื้นไม่พร้อมกันตามหลักของอริสโตเติล ซึ่งกาลิเลโอ (Galileo) ได้ทำการพิสูจน์ต่อหน้าสาธารณชนที่หอเอนแห่งปิซาว่าเป็นคำสอนที่ไม่จริงในปี ค.ศ.1600

แต่อย่างไรก็ตาทฤษฏีของอริสโตเติลทางด้านชีววิทยานั้นเป็นที่ยกย่องกันมาก เพราะเขาได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับชีวิตของสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา และพวกสัตว์เลื้อยคลานและได้ทำการบันทึกไว้อย่างละเอียดมาก เขาได้แบ่งสัตว์ออกเป็น 2 พวกใหญ่ คือ พวกมีกระดูกสันหลัง (Vertebrates) และพวกไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrates) นับว่าอริสโตเติลเป็นผู้บุกเบิกความรู้ทางด้านนี้จนได้รับการยกย่องว่าเป็นนักธรรมชาติวิทยาคนแรกของโลก

 

อริสโตเติล (งานปั้น)