กลอน

ประวัติความเป็นมาของกลอน

           ความเป็นมาของคำว่า กลอน ยังไม่มีใครบันทึกไว้เป็นหลักฐาน มีแต่การสันนิษฐานไว้เท่านั้น ไม่มีใครรู้ว่า "กลอน"เกิดขึ้นในสมัยใดหรือยุคใด มีแต่คนกล่าวไว้ว่า กลอนนั้นเกิดขึ้นก่อนสมัยที่จะมีตัวหนังสือใช้ โดยประชาชนแถวชนบท ซึ่งมีอาชีพทำนา ทำไร่ หลังฤดูเก็บเกี่ยวก็จะมีการเล่นรื่นเริง ร้องรำ ทำเพลง เพื่อผ่อนคลายความเครียด ความเหน็ดเหนื่อยที่ทำงานมาตลอดทั้งปี หรืออีกประการหนึ่ง เกิดจากความเชื่อถือบูชาสิ่งศักดิ์ เทพยดา ฟ้าดิน และปวงธาตุต่างๆ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุอาเพทภัย เช่น ฝนแล้ง โรคระบาด ตลอดจนการร้องขอความสุขสวัสดี จากบรรดาสิ่งศักดิ์เหล่านั้นตามความเชื่อของตน แต่การที่จะอ้อนวอนร้องขอกันอย่างง่ายๆ ก็คงดูขาดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ไป จึงต้องคิดหาวิธีการต่างๆ มาประกอบเป็นพิธีขึ้น เช่น การเลือกหาสถานที่ที่เหมาะสม สิ่งของสำหรับเซ่นสรวง เป็นต้นและเมื่อจะกล่าวคำเชื้อเชิญเทพยดา ฟ้าดิน เพื่อมารับของเซ่นก็ต้องนึกเรียบเรียงถ้อยคำ สำนวนให้ไพเราะ เพราะพริ้ง ลักษณะถ้อยคำจึงมีลีลาท่วงทำนอง สัมผัสสอดรับสอดคล้องกันเหมือนสลักกลอนประตูบ้านเรือน จนมีคนคิดคำว่า "กลอน" มาใช้เรียกแทนคำร้องขอต่างๆแล้วเลยรวมไปถึงการร้องรำ ทำเพลงทั้งหมดอีกด้วย.

   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชนิดของกลอน มี 3 ชนิด
  ๑.กลอนสุภาพ
ได้แก่ กลอน ๖ ๗ ๘ และ ๙
              ๒.กลอนลำนำ
ได้แก่ กลอนบทละคร กลอนสักวา กลอนเสภา
กลอนดอกสร้อย กลอนขับร้อง
              ๓.กลอนตลาด
ได้แก่ กลอนเพลงยาว กลอนนิราศ กลอนนิยาย กลอนเพลงปฏิพากย์
 
ยกตัวอย่างเช่น