อีแซว

อีแซว...เพลงพื้นเมืองสุพรรณ

เมื่อเอ่ยถึงเมืองสุพรรณ ชาวต่างเมืองจะนึกถึงสำเนียงพูดที่เหน่อช้าเป็นสิ่งแรก ถ้าถามถึงเอกลักษณ์ประจำตัวของคนสุพรรณแล้ว ไม่มีใคร ปฏิเสธในเรื่องนี้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายท่านอาจจะไม่เคยสังเกตมาก่อน นั้นคือ ในบรรดานักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาในอดีต ซึ่งส่วนใหญ่เป็น นักร้องลูกทุ่ง ไม่ว่าจะเป็น สุรพล สมบัติเจริญ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ก้าน แก้วสุพรรณ สังข์ทอง สีใส ศรเพชร ศรสุพรรณ สายัณห์ สัญญา ขวัญจิต ศรีประจันต์ พุ่งพวง ดวงจันทร์ ฯลฯ บุลคลที่เอ่ยนามมานี้เป็น ชาวสุพรรณบุรีเคยเป็นแดนเพลงมาก่อน
เพลงอีแซว ถือเป็นเพลงพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นที่ยอมรับกันว่าเพลงนี้เกิดในถิ่นสุพรรณบุรีโดยตรง เพลงอีแซว แต่ก่อนเรียก เพลงยั่วเพราะร้องยั่วกัน คล้ายเพลงกลองยาว ต่อมามีผู้เอาแคนไปขายที่สุพรรณ ก็เอาแคนมาเป่าประกอบด้วย เรียกกันว่า เพลงแคน เวลาร้องใช้มือตบ เป็นจังหวะบางคนจึงเรียก เพลงตบแผละ จากนั้น ทำนองและเนื้อร้องก็ค่อย ๆ มีแบบเป็นของตัวเองขึ้น จึงมาเรียกเพลงอีแซว มีการยืมเนื้อจากเพลงฉ่อย ทางอ่างทองมาร้องเป็นเรื่องยาวขึ้น เหตุที่เรียกเพลงอีแซวนั้น ก็สันนิษฐานกันไป ที่น่าเชื่อก็คือ พ่อบัวเผื่อน สันนิษฐานว่า “เพราะยืนร้องแซวกันทั้งคืน”
ทำนองเนื้อร้องเดิมจะร้องลักษณะนี้
ชาย “ตั้งวงไว้เผื่อ ปูเสื่อไว้ท่า เอย…..
จะให้วงฉันรา ซะแล้วทำไม (จะให้วงฉันราชะแล้วทำไม)
รักจะเล่นก็ให้เต้นเข้ามาเอย…….
คนสวยจะช้า ซะแล้วทำไม (รับคนสวยจะช้า ซะแล้วทำไม”)
มาในปัจจุบันทำนองจะผิดไป และภายหลังคำ ซะแล้ว จะเหลือเพียง แล้ว ต่อมาสันนิษฐานว่า นายกร่าย พ่อเพลงรุ่นเดียวกับพ่อบัวเผื่อน หรือหวังเต๊ะ นักลำตัดชั้นครูได้ดัดแปลงทำนองเพลงอีแซวเป็นอีกทำนองหนึ่ง อย่างที่ขึ้นต้นว่า
“เอ้ามาเถิดมากระไรแม่มา ๆ …..”
พ่อไสว เป็นผู้เอาตะโพนสองหน้าเข้าไปตีประกอบเป็นเครื่องให้จังหวะเพิ่ม จากฉิ่ง กรับ และการปรบมืออีกเพลงอีแซวมีจังหวะกระชั้นเร็วกว่า เพลงฉ่อยหนึ่งเท่า คนร้องจึงต้องจำเพลงหลักให้แม่และมีปฏิภาณว่องไว ไม่อย่างนั้นก็ร้องไม่ทัน
ตัวอย่างเพลงอีแซวของพ่อไสว
จากนาง (เพลงอีแซวของพ่อไสว)

เอย…พี่น้องป้าน้าจะต้องลาแน่วแน่เอย….. ปากลาตาแลยังหลงอาลัย
มันเกิดกรรมปางก่อนต้องจากก่อนไกลกัน เกิดกรรมกางกั้นจะไม่ได้กอดก่าย
แม่คู่ข้าเคียงข้าง อย่าระคายเคืองขุ่น ต้องจากแน่แม่คุณเอยแม่ข่อยใบคาย
มันมีข้อขัดข้องไม่ได้ประคองเคียงข้าง รักพี่ตกค้างไม่รู้ไปฝากไว้กะใคร
รักใครรักเขามันไม่เท่ารักน้อง แม่คู่เคยประคองแม่แก้วขาวปานไข่
อีแม่คู่เคยเข็น เห็นจะเป็นคู่เขา พี่มานั่งกอดเข่าแทบจะเป็นไข้
น้องจะมีคู่ ให้นึกถึงข้า (เอย…..นึกถึงข้า)

ตัวอย่างเพลงอีแซว (ร้องทำนองเก่า)
(แม่บัวผันร้องร่วมกับ พ่อบัวเผื่อน แม่บุญมา ร้องเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๖)

บัวเผื่อน มาเอยแล้วแม่มาเอิงเอย(มาเอยซะแล้วแม่มา)
แม่สาวน้อยอย่าช้า ซะแล้วร่ำไร (สาวน้อยอย่าช้าซะแล้วร่ำไร)
ตั้งไว้เผื่อ ปูเสื่อไว้ท่าเอย (เอิงเอย ซะแล้วไว้ท่า)
สาวน้อยแม่มา แล้วไวไว (สาวน้อยแม่มาซะแล้วไวไว)
บัวผัน ใครเหนอ แล้วใครแหนเอย (ใครเหนอซะแล้วใครแหน)
เสียงใครมาเรียกหาแม่ ซะจะทำไม (ใครมาเรียกหาแม่ซิจะทำไม)
บัวเผื่อน ว่าใครเน้อแล้วใครแหน (เอิงเอย แล้วใครแหน)
ใครมาเรียกหาแม่นะทำไม
บอกว่าคู่เก่าของเจ้ามาเกิด (เอิงเอย เจ้ามาเกิด)
ให้มารับเสียเถิด ซะแล้วเป็นไร (ให้มารับเสียเถิด ซะแล้วเป็นไร)

ตัวอย่างเพลงอีแซวที่ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ร้องไว้
โอ้มาเถิดมากระไรแม่มา สาวน้อยเจ้าอย่าช้า ๆ ร่ำไร (ดนตรี)
หากได้ยินเสียงนี้เสียงของพี่ไวพจน์ คนสุพรรณเขารู้หมดว่าพี่เป็นใคร
พี่นี้เป็นพ่อเพลงใคร ๆ ก็เกรงกระทู้ ถ้าหากว่าน้องยังอยู่พี่จะบอกให้
พี่สืบสายเพลงอีแซวไปเล่นมาแล้วทุกที่ ศรีประจันต์ดอนเจดีย์ พี่นี้ก็เคยไป
เดิมบางนางบวชก็เคยไปอวดคารม สามชุกก็เคยชมว่าคารมพี่คมคาย
บางปลาม้าอู่ทอง สองพี่น้องอำเภอเมือง อย่าว่าคุยเขื่อง พี่เฟื่องนาสายใจ
ชื่อเสียงโด่งดังแต่ยังขาดแม่เพลง แม้ฝีปากเจ้ายังไม่เก่ง จะเกรงไปใย
พี่ขอเชิญให้มาสมัคร ถ้ามีใจรักทางร้อง อีกหน่อยก็คงจะคล่องต้องค่อยหัดค่อยไป
ขอเพียงให้เชื่อฟังแม่ร้อยชั่งอย่าเกรง จะหัดให้เป็นแม่เพลง ให้ร้องเก่งจนได้
คอหนึ่งนั้นเสียงพี่เสียงโฉมศรีเป็นคอสอง บกพร่องจะแก้ให้
ถ้าหากน้องเก่งแล้วมาร่วมอีแซววงพี่ คงมีแม่เพลงชั้นดี มาเป็นเพื่อนใจ
จะได้ร่วมกันหากินในถิ่นเมืองสุพรรณ ให้ขึ้นชื่อลือลั่น ไม่หวั่นใคร ๆ
ขออย่าได้อิดเอื้อนให้พี่เตือนซ้ำสอง เชิญแม่เกริ่นทำนองร้องเป็นเพลงอีแซว
โอมาเถิดมากระไรแม่มา (ซ้ำ) สายน้อยเจ้าอย่าช้า ๆ ร่ำไร
มาร่วมวงกับพี่ชาย น้องอย่าอายใครเลย

 



แหล่งอ้างอิง : หนังสือภาษาไทย หน้า 25-26 25 มกราคม 2531

 


โดย : นาย ณัฐพงษ์ ชุมแสง, ร.ร.สวนศรีวิทยา, วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547