พระเวสสันดร

 

 

 

ครั้งหนึ่ง ณ กรุงเชตุดร พระนางผุสดี พระมเหสีของพระเจ้ากรุงสัญชัย ได้รับพรวิเศษจากพระอินทร์ โดยพรวิเศษนั้น พระนางผุสดี ได้มากถึง 10 ข้อ มีข้อหนึ่งพระนางขอให้ได้เป็นพระมารดาของพระโพธิสัตว์ และเมื่อพระนางทรงตั้งครรภ์ พระนางผุสดีก็ประสูติพระโอรส ชื่อว่า “พระเวสสันดร” พระเวสสันดรยิ่งเจริญวัยมากขึ้นเท่าใด พระองค์ก็ยิ่งทรงบริจาคทานแก่ประชาชนมากขึ้นตามลำดับ

เมื่อพระเวสสันดรมีพระชันษาได้ 16 พรรษา พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรี พระราชธิดาแห่งกรุงมัทราช เมื่อขึ้นครองราชสมบัติ พระองค์ก็ยิ่งบริจาคทานมากขึ้นและมากยิ่งขึ้น ทรงโปรดให้สร้างโรงทาน 6 แห่ง ต่อมาเมื่อพระนางมัทรีได้ประสูตรพระราชธิดาและพระราชโอรส ทรงพระนามว่า กัณหา และ ชาลี ต่อมามีอยู่คราวหนึ่ง แคว้นกลิงคราฐเกิดฝนแล้ง เจ้าเมืองกลิงกราฐ ได้ข่าวว่าช้างคู่บุญของพระเวสสันดรที่ชื่อ “ช้างปัจจยานาเคนทร์” เป็นช้างมงคล ถ้าไปอยู่ที่ใด ที่นั่นฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พระองค์จึงส่งพราหมณ์ แปดคนไปขอช้างจากพระเวสสันดร

พระเวสสันดรจึงบริจาคทานให้ไป ทำให้ชาวเมืองเชตุดรโกรธแค้นขอให้พระเจ้ากรุงสัญชัยขับพระเวสสันดรออกจากเมือง พระเจ้ากรุงสัญชัยมิรู้จะทำประการใด จึงต้องยอมทำตามคำร้องเรียนของ ประชาชน พระเวสสันดร พร้อมด้วยพระนางมัทรี และสองกุมารกัณหาชาลี ทรงรถเทียมม้าเสด็จนอกเมือง ระหว่างทางมีพราหมณ์มาดักรอขอราชรถ พระเวสสันดรก็บริจาคให้ แล้วทุกพระองค์ก็เสด็จโดย พระบาทเดินทางมุ่งเข้าป่าไป ทั้งสี่พระองค์เดินทางมาจนกระทั้งถึงสระบัวใหญ่เชิงเขาวงกต ซึ่งเทวดาเนรมิตไว้ พระเวสสันดรจึงตกลงผนวชเป็นฤๅษี บำเพ็ญภาวนาอยู่ที่นี่

กล่าวถึงชูชก เป็นขอทานแก่โลภมาก มีเมียสาวสวยชื่อ อมิตตา นางอมิตตาขยันขันแข็ง จึงเป็นที่รังเกียจของบรรดาหญิงที่เกียจคร้าน ทำให้บรรดาหญิงที่เกียจคร้านนั้นพากันด่าทอทุบตี จนนางอมิตตาไม่กล้าออกไปทำงานนอกบ้าน จึงอ้อนวอนขอให้ชูชกไปขอลูกทั้งสองของพระเวสสันดรมาให้นางใช้ต่างทาส ชูชก ด้วยความที่รักเมีย จึงเดินทางไปขอลูกทั้งสองของพระเวสสันดรมาให้ พระเวสสันดรก็บริจาคทานให้กับชูชก ต่อมาเมื่อเรื่องรู้เข้าไปถึงเมืองหลวง มาดารของพระเวสสันดรก็ให้ไปรับตัวหลานทั้งสองเข้าเมือง และให้รางวัลกับชูชก ชูชกได้รับรางวัลและอาหารมากมาย กินจนท้องแตกตาย