โครงงานวิทยาศาสตร์
สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า
ตัวแปรการที่เกี่ยวข้อง
1. ตัวแปรต้น
- ใบสะเดา
2. ตัวแปรตาม
- ความสามารถในการบ่มกล้วย
3. ตัวแปรควบคุม - ปริมาณใบสะเดา
- จำนวนกล้วย
- เวลา
วิธีใช้
กล้วยดิบเรียงซ้อนกัน 3 ชั้น นำใบสะเดาสดปิดทับให้ทั่ว ใช้พลาสติกคลุมให้มิดชิดปล่อยทิ้งไว้ 24
ชม. เปิดพลาสติกและเอาใบสะเดาออกทิ้งไว้ 4-5 วัน กล้วยจะสุกอย่างสม่ำเสมอ.
สาเหตุ
เกิดจากจากปรสิตชนิดหนึ่งที่เรียก ตัวเหา (LOUSE) ที่พบบ่อยคือ
เหาบนศีรษะอุบัติการณ์ พบบ่อยในเด็กผู้หญิงเนื่องจากผมยาว
และมักเป็นกับเด็กเล็ก
อุปกรณ์และวิธีการทดลอง
1. สถานที่ทำการทดลอง
- ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
2. อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการทดลอง
- ใบน้อยหน่าแก่ๆ 1,700 ใบ
- ปูนกินหมาก 8.8 กรัม
- น้ำ 3.5
ลิตร
- เครื่องบด
- กระชอน
- กะละมัง
- ชุดทำความสะอาดผม 1 ชุด
- กล้องถ่ายรูป
3. วิธีดำเนินการทดลอง
- นำใบน้อยหน่าแก่ ๆ
1,700 ใบ กับปูนกินหมาก 8.8 กรัมและน้ำ
- นำส่วนผสมใส่ในเครื่องบดแล้วบดให้ละเอียด
- นำส่วนผสมที่บดมากรองในกระชอนใส่ในกะละมัง
- นำสารละลายพักทิ้งไว้ประมาณ
10 นาที นำสารสกัดใบน้อยหน่าและเทน้ำสกัดใบน้อยหน่าเก็บไว้ในขวด
- ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์และเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
วิธีการทดลอง
1. เตรียมนักเรียนที่เป็นโรคเหาของชั้นประถมศึกษาปีที่
3 จำนวน 12 คน
2. ให้แต่ละคนใช้สารสกัดใบน้อยหน่าที่เตรียมไว้
นำไปขยี้ผมให้ทั่วศีรษะ โดยให้เพื่อนในห้องเรียนเป็นผู้ช่วย หมักทิ้งไว้ 30
นาที (ระวังอย่าให้น้ำยาเข้าตาเพราะทำให้แสบตาได้)
3. ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด
(ผมที่สระเสร็จจะทำให้เส้นผมกระด้างบ้าง ควรใช้ครีมนวดผมสระอีกครั้ง)
4. ทำเช่นนี้อีก 2 ครั้ง
ในแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 1 อาทิตย์
5. บันทึกผลการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันส
สรุปผลการทดลองครั้งนี้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
3/2-ป.3/9 จำนวน 84 คน
เมื่อใช้สารสกัดจากใบน้อยหน่า ครั้งที่ 1 ถึง ครั้งที่ 5
ผลการทดลองครั้งที่ 1 จะมีอาการโรคเหา
โดยเฉพาะตัวเหาจะตายไปบ้าง ส่วนไข่เหาจะมีเปลือกแข็งหุ้มจะไม่ตาย
ผลการทดลองครั้งที่ 2 แม่เหาจะตายมากขึ้น ส่วนไข่เหาก็จะค่อย
ๆ ลีบเนื่องจากไข่เหาจะเริ่มออกลูกตัวอ่อนออกมา สำหรับการทดลองครั้งที่ 3 ส่วนใหญ่แม่เหาจะตายเพิ่มขึ้น และไข่เหาจะลีบมากขึ้น ผลการทดลองครั้งที่
4 แม่เหาจะตายหมดสำหรับนักเรียนบางคน
ไข่เหาจะลีบเกือบหมดผลการทดลองครั้งที่ 5 ตัวเหาจะตายส่วนมาก
และไข่เหาจะลีบหมด
สรุปได้ว่า
สารสกัดจากใบน้อยหน่าสามารถรักษาโรคเหาได้.
สรุปผลการทดลองและอภิปรายผลการทดลอง
สรุปผลการทดลอง
จากการทดลองใช้สารสกัดใบน้อยหน่าในการรักษาโรคเหา
มีผลการสรุปดังนี้คือเพื่อนนักเรียนหญิง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2-ป.3/9 จำนวน 84 คนนั้น สามารถรักษาอาการของโรคเหาได้ 74 คน
มีนักเรียนส่วนน้อย จำนวน 14 คน ยังมีอาการโรคเหาอีก
ที่บ้านของนักเรียนมีสมาชิกในบ้านเป็นโรคเหาด้วย และจากการทดลองแต่ละครั้ง
นักเรียนบางคนใช้เวลาในการขยี้และหมักผมไว้ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้
ทำให้มีโรคเหาอีกไม่สามารถกำจัดได้ แต่ผลการทดลองนักเรียนส่วนมากไม่เป็นโรคเหาอีก
ดังนั้นใบน้อยหน่าสามารถกำจัดโรคเหาได้.
อภิปรายผลการทดลอง
จากการทดลองใช้สมุนไพรจากใบสะเดาบ่มกล้วย
ผลปรากฏว่าสอดคล้องกับการศึกษาของ อรนุช บัวพัฒนกุล และคณะ
จากหนังสือยาสมุนไพรสาธารณสุขมูลฐาน หนังสือผักพื้นบ้านภาคใต้ ที่ว่า ใบน้อยหน่ามีสรรพคุณในการฆ่าเหา
เนื่องจากในสารใบน้อยหน่ามีสารเคมีชื่อ Anonanine
เมื่อทำปฏิกิริยากับปูนกินหมาก ซึ่งมีความร้อน
ทำให้เหาเมาและตายในที่สุด.
ประโยชน์ของโครงงาน
3.1 สามารถป้องกันการกัดกินของแมลง
3.2 สามารถนำพืชสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและถูกวิธี
3.3 เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อแก๊สบ่มกล้วย
3.4 เป็นการรักษาสุขภาพร่างกายให้ปลอดภัยจากสารเคมี
ข้อเสนอแนะ
4.1 ในการทดลองครั้งต่อไปควรจะทดลองใช้ใบสะเดากับมะม่วง
4.2 ในการทดลองครั้งต่อไปควรจะทดลองใช้ต้นสะเดากับกล้วยบ้างบ้าง
4.3 ในการทดลองครั้งต่อไปควรเปรียบความสามารถในการบ่มกล้วยของใบสะเดากับต้นสะเดาบ้าง
4.4 ในการทดลองครั้งต่อไปควรใช้สมุนไพรชนิดอื่น ๆ บ้าง
เอกสารอ้างอิง
จาก internet www.gogle.com