การเคลื่อนไหวของสัตว์ที่มีกระด

 

 

ภาพแสดงระบบกระดูกของมนุษย์

การเคลื่อนไหวของมนุษย์

ในการเคลื่อนไหวของคนต้องอาศัยระบบต่างๆดังนี้

-ระบบโครงกระดูกมีลักษณะเป็นข้อต่อและเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อต่างๆ

-ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งทำงานเป็นแบบแอนตาโกลิซึม (antagonism)

-ระบบประสาท ช่วยส่งกระแสความรู้สึกทำให้เกิดการเคลื่อนไหวตามทิศทางที่ต้องการ

ระบบโครงกระดูก กระดูกมีลักษณะเป็นข้อต่อและมีกล้ามเนื้อมายึดเกาะโดยอาศัยเอ็นช่วยยึดมี 2 ชนิด คือ

1. เอ็นที่ยึดกระดูกกับกระดูกเรียกว่า ลิกาเมนต์ (ligament)

2. เอ็นที่ยึดระหว่างกระดูกกับกล้ามเนื้อเรียกว่า เทนดอน (tendon)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 องค์ประกอบของร่างกาย และ การเคลื่อนไหว : แม้ว่างูจะมีรูปร่างกายเรียวยาว แต่โครงสร้างร่างกายของงูก็เหมือนกับมนุษย์ ที่มีกระดูกสันหลัง และอวัยวะหลาย ๆ ส่วนในการดำรงชีวิต เช่น หัวใจ ปอด ไต จุดแตกต่างมีเพียงร่างกายที่ยาง และมีกระดูกนับร้อยชิ้นที่วางเรียงเป็นแนวยาว

        ระบบภายใน  อวัยวะของงูส่วนใหญ่จะอยู่ในซี่โครงยาว ๆ ทั้งระบบการหายใจ การไหลเวียนของโลหิต การย่อยอาหาร การขับถ่าย และการสืบพันธุ์
       
        ระบบหายใจ งู หายใจเข้าและออก โดยผ่านปาก และหลอดลม เชื่อมกับปอดที่อยู่ด้านขวาข้างเดียว ยกเว้น พวก Boa และ Python ที่มีปอดซ้ายด้วย
ช่วยในการหายใจ
         โดยปกติงูจะมีปอดขวาที่ใหญ่ โดยเฉพาะพวกงูน้ำ จะมีปอดข้างขวาใหญ่เป็นพิเศษ ช่วยควบคุมการลอยตัวน้ำได้ แต่งูบางสายพันธุ์ที่มีปอดด้านซ้าย ที่เชื่อมต่อกับปอดขวาจะทำให้งูชนิดนั้น เก็บอากาศได้มากว่าปกติ   เมื่อต้องขยอกเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สามารถหายใจได้ในเวลานั้น ทำให้มันสามารถกั้นหายใจได้นาน


         ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการไหลเวียนโลหิตของงูเหมือนกับสัตว์ทั่ว ๆ เว้นแต่หัวใจมันมี 3 ห้องแทนที่จะมี 4 ห้อง

          ระบบการย่อยอาหาร กระบวนการย่อยอาหารของงูเริ่มจากที่ปาก เมื่องูกินเหยื่อก็จะขับน้ำย่อยออกมา งูบางชนิดที่มีพิษ มันจะขับพิษออกมาฆ่าเหยื่อ ลำคอและหลอดอาหารของมัน มีกล้ามเนื้อพิเศษที่ช่วยขับดัน อาหารไปยังกระเพาะที่มีประสิทธิภาพในการย่อยอาหารได้ดี ลำไส้ของมันจะมีขนาดใหญ่เป็นคด ๆ อาหารที่ไม่ย่อยจะถูกขับออกมาทางทวาร


         ระบบขับเหงื่อ งูไม่มีกระเพาะปัสสวะ ดังนั้นชองเสียจึงถูกกรองผ่านไต และขับกรดปัสสวะออกมา โดยเก็บน้ำใช้ไตกรองน้ำ เพื่อเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้
         

         ระบบสืบพันธุ์ งูมีการผสมพันธุ์เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ที่ใช้การผสมพันธุ์ภายในร่างกาย ตัวผู้จะมีอวัยวะสืบพันธุ์ 1 คู่ มีลักษระยาวเรียว แต่ในเวลาผสมพันธุ์ จะใช้เพียงอันเดียว โดยปล่อยสเปิร์มจากถุงอัณฑะผ่านท่อปัสสวะไปยังรังไข่ของตัวเมีย


         ระบบประสาท ของสมองและกระดูกสันหลัง จะเชื่อมต่อกันยาวเป็นเครือข่ายตลอดแนวสันหลัง ทั้งยังควบคุม Jacobson's Organ ในบางสายพันธุ์มีระบบความคุมความร้อนไวต่อความรู้สึก ความร้อน และแสงสว่าง ทำให้เกิดปฏิกิริยากับระบบประสาท

         โครงสร้างภายใน
         โครงสร้างของกระดูก ประกอบไปด้วยกระโหลกศรีษะ กระดูกสันหลัง ซี่โครง กระดูกเชิงกราน ข้อกระดูกสันหลังที่มากช่วยทำให้งู โค้ง หรืองอตัวได้ดี และมีความแข็งแรงสูงทำให้งูสามารถออกแรงบังคับกล้ามเนื้อบีบรัด โครงกระดูกสันหลังจะไม่เชื่อมต่อกับช่องท้อง มันจึงขยายตัวได้ง่ายเมื่อกินเหยื่อขนาดใหญ่

 

 

 

ลักษณะการเลื้อยของงู
         โดยปกติงูมีลักษณะการเลื้อย 4 แบบซึ่งปัจจัยสำคัญมากจาก ภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตทำให้มันมีลักษณะการเลื้อยที่ต่างกัน

เลื้อยแบบลำตัวตรง ส่วนใหญ่จะพบในจำพวกงูใหญ่ เคลื่อนไหวช้า โดยมันจะใช้กล้ามเนื้อท้อง ดึงตัวเป็นลักษระลูกคลื่น

เลื้อยแบบคดเคี้ยว
การเลื้อยแบบนี้เป็นการเลื้อย โดยปกติของงูทั่ว ๆ ไปบนพื้นหินหรือพื้น ที่ไม่สม่ำเสมอ

เลื้อยแบบถีบตัว
การเลื้อยแบบนี้จะเลื้อยบนพื้นที่ม ีลักษณะแน่น ใช้การขดตัวและถีบตัว ไปข้างหน้า

การเลื้อยแบบแถก
การเลื้อยแบบนี้จะเลื้อยบนพื้นทรายที่ หลวม ๆ และพื้นดินที่นุ่ม ๆ ใช้การโหย่ง

 

โดย : นาย rangsun sodsaithong, 4/3 Klonglaung Prathumtanee 13180, วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2545