ไลเคน

 

 

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเห็นไลเคนงอกงามอยู่ตามพื้นป่าและลำต้นของต้นไม้ จนมองดูเหมือนต้นไม้เป็นโรค

ไลเคน ไม่ใช่พืชและไม่ใช่เห็ดราแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันของสาหร่าย ราได้อาหารจากการสังเคราะห์ด้วยแสงของสาหร่าย ส่วนสาหร่ายซึ่งไม่มีรากและลำต้นก็อาศัยราเป็นที่พักพิง

ไลเคนเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับโลกของเรา หากนับอายุของมันก็ประมาณ 4,600 ล้านปีแล้ว

 

 

เรามักพบไลเคนในที่มีอากาศบริสุทธิ์ เพราะไลเคนทนต่อมลพิษไม่ได้ เนื่องจากไม่มีชั้นผิวป้องกันตัวจากมลพิษ สารพิษจึงเข้าไปทำลายสาหร่ายโดยตรง ทำให้ไลเคนตายในเวลาต่อมา เราจึงไม่พบไลเคนในเมืองใหญ่และเขตอุตสาหกรรม

 

นักวิทยาศาสตร์นำไลเคนมาใช้ตรวจสภาพหลายวิธี เช่น

ตรวจหาสารพิษ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในไลเคน

บันทึกชนิดและจำนวนของไลเคนที่พบ แล้วดูการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นำไลเคนมาไว้ในบริเวณที่ต้องการตรวจหามลพิษ และดูการเปลี่ยนแปลงของมัน

 

 

 

ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตช้ามาก ชอบเกาะต้นไม้ที่มีผิวเรียบและมีความเป็นกรดน้อย มันไม่ใช่กาฝากเพราะไม่ได้ดูดธาตุอาหารจากต้นไม้ที่เกาะอยู่ ในเมืองไทยพบไลเคน 4 ชนิด คือ พวกเป็นแผ่น พวกพุ่มกอ พวกใบและพวกเส้นด้าย ไลเคนไม่เพียงช่วยตรวจมลพิษในอากาศเท่านั้น ยังเป็นตัวบอกสภาพความชื้นในอากาศได้ด้วย

 


โดย : นางสาว กนกพรรณ พูลสิน, โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย, วันที่ 13 พฤศจิกายน 2544

 

ไลเคน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา

ไลเคนแบบฟรูทิโคสที่เติบโตบนต้นไม้

ไลเคนแบบฟรูทิโคสที่เติบโตบนต้นไม้

ไลเคน (lichen) เป็นสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ซึ่งได้แก่ เห็ดราและสาหร่าย โดยมีการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน เห็ดราจะได้ความชื้นและก๊าซออกซิเจนจากสาหร่าย และสาหร่ายก็จะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสงจากเห็ดรา นอกจากนี้ไลเคนยังสามารถใช้เป็นดัชนีวัดมลพิษทางอากาศได้

ไลเคนมีรูปแบบที่สำคัญ 3 แบบ[1]

1.        ครัสโตส (crustose) ลักษณะเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือแผ่นแข็งติดอยู่บนต้นไม้

2.        โฟลิโอส (foliose) ลักษณะคล้ายใบไม้

3.        ฟรูทิโคส (fruticose) ลักษณะเป็นเส้นหรือแตกกิ่งก้าน

 

ไลเคน


             ไลเคน เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการดำรงชีวิตแบบต้องพึงพาประกอบด้วยสาหร่ายสีเขียวหรือสาหรายสีเขียวแกมน้ำเงินและราพวกแอสโคไมซีติส หรือแบบเบสิดิโอไมซีตีสบ้าง ซึ่งสาหรายจะได้ความชื้น หรือสารอาหารจากรา ส่วนราได้อาหารที่สาหร่ายสังเคราะห์ขึ้น สาหรายอาจเรียงตัวกันเป็นระเบียบหรืออยู่กันอย่างกระจัดกระจาย และไมซีเรียมของราหุ้มไว้

              ไลเคนแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
         
1.
ครัสโตส ไลเคน (Crustose licHens) มีลักษณะเป็นแผ่นแบนเกาะติดแน่นตามเปลือกไม้ก้อนหิน จะเป็นพวกแรกก่อน
         
2.
โฟลิโอส ไลเคน (Foliose lichens) แผ่นแบนคล้ายใบไม้ เกาะติดกับหิน หรือเปลือกไม้ไม่มั้นคงหลุดง่าย ต่อมากลายเป็นฟรูติโคส ไลเคน
         
3.
ฟรูติโคส ไลเคน (Fruticose lichens)
หรือฝอยลม เป็นแผ่นคล้ายกิ่งไม้ แตกกิ่งก้านขนาดเล็ก เกาะตามกิ่งไม้ทั่วไป

              ไลเคนมีความเปลี่ยมแปลงแทนที่ เพราะคัสโตส ไลเคนขึ้นได้ตามก้อนหินและสารที่มีกรดมากัดกร่อนหินหินไห้แตกสหรายเป็นดิน ทำให้พืชขนาดเล็กขึ้นได้ นอกจากนี้ยังใช้ทำสีย้อมผ้า ยารักษาแผล เป็นอาหารของสัตว์ขนาดเล็กได้ เป็นเครืองบ่งชี้สภาพอากาศถ้าอากาศสกปรกหรือมีพิษมากไลเคนจะตาย



             ไลเคนส์ ไลเคนส์เป็นโปรติสตาที่ประกอบขึ้นด้วยสาหร่ายและราอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นการอยู่แบบที่สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิดต่างก็ได้รับประโยชน์ โดยสาหร่าสามารถใช้สังเคราะห์แสง สร้างอาหารได้ ส่วนราดูดซึมความร้อนได้ แต่ก็ไม่สารารถสังเคราะห์แสงได้ ราจึงต้องการอาหารจากสาหร่าย และสาหร่ายต้องการความชื้นจากรา

 

ไลเคนคืออะไร

ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เกาะอาศัยอยู่บนผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ โดยพบทั้งบนวัสดุธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ ดิน หิน แมลง เป็นต้น และวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีต แผ่นป้ายโลหะ ฯลฯ

ไลเคนมีกำเนิดที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นคือเกิดจากการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพา
อาศัยของรา (fungi) ซึ่งราในไลเคนเรียกว่า มายคอไบออนท์ (Mycobiont) กับ
สาหร่าย (Algae) โดยเรียกสาหร่ายใน ไลเคนว่า โฟโตไบออนท์ (Photobiont)

 

Credit: Tsukii, Yuuji, July 2001

ราในไลเคน (mycobiont) ที่แยกออกมาเลี้ยงในห้องทดลอง

        สาหร่าย            
(ในรูปคือ Trebouxia)

ราที่แยกจากไลเคนและนำมาเลี้ยงใน lab

 



เมื่อเคิบโตอยู่ร่วมกันแบบ symbiosis

ไลเคน

ไลเคน: สิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยราและสาหร่าย

 



Credit: Tsukii, Yuuji, July 2001

ราในไลเคน (mycobiont) ที่แยกออกมาเลี้ยงในห้องทดลอง

        สาหร่าย            
(ในรูปคือ Trebouxia)

 ราที่แยกจากไลเคนและนำมาเลี้ยงใน lab



เมื่อเคิบโตอยู่ร่วมกันแบบ symbiosis

ไลเคน

ไลเคน: สิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยราและสาหร่าย

 

การดำรงชีวิต


เนื่องจากข้อได้เปรียบของการที่ราและสาหร่ายเจริญ
ด้วยกัน ไลเคนจึงสามารถเติบโตบนหิน และที่แห้งแล้ง
มากได้ จึงเป็นสิ่งมีชีวิตแรกเริ่มที่เข้าครอบครองพื้นที่
(pioneer)


สาหร่ายใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากบรรยากาศ และน้ำในการสังเคราะห์ด้วยแสง เพื่อสร้างสารอินทรีย์ที่เปอาหารแล้ว แบ่งให้รา ส่วนราช่วยรักษาความชื้นให้ สาหร่าย และ ปกป้องสาหร่ายจากสภาพ แวดล้อมที่รุนแรง เช่น แสงแดดจัด และ ความร้อน

 



ไลเคนมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากต้นกำเนิด ทั้งสองโดยสิ้นเชิงและส่วนมากมีขนาด เล็ก จึงไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ไลเคนจะเกิดขึ้นได้เมื่อสภาพ แวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเติบโตของทั้งสองฝ่าย โดยทั่วไปเราไม่พบรา จากไลเคนเติบโตอยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติแต่เราสามารถพบสาหร่าย เติบโตอยู่ได้เอง

นักพฤกษ์ศาสตร์ประเมินว่ามีไลเคนประมาณ 17,000 - 25,000 ชนิดทั่วโลก ไลเคนพบได้ทั่วไป ตั้งแต่ที่หนาวจัดแถบขั้วโลก (Tundra) จนถึงร้อนและ แห้งแล้งแบบทะเลทราย (Desert) รวมถึงร้อนชื้น (Tropic) เช่น ประเทศไทย แต่ไลเคนไม่สามารถเติบโตได้ ในสถานที่ที่มีมลภาวะทางอากาศ โดยจะเห็นว่า ในเมืองใหญ่ ๆ และในเขตอุตสาหกรรมนั้น ปราศจากไลเคน ด้วยเหตุนี้จึงมี ผู้นิยมใช้ไลเคนเป็นดัชนี (bioindicator) บ่งชี้คุณภาพอากาศ

นอกจากนี้ไลเคนยังสร้างสารธรรมชาติที่แตกต่างไปจากพืชชั้นสูง สารธรรมชาติจากไลเคนหลายชนิดถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางมา เป็นเวลานานและยังมีอีกหลายชนิดที่มีศักยภาพ ในการนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก

 

ประเภทของไลเคน

ไลเคนแต่ละชนิดเกิดจากราหนึ่งชนิดจับคู่กับสาหร่ายอีกชนิดหนึ่งเท่านั้น ความหลากหลายของ ชนิดไลเคน ขึ้นอยู่กับชนิดของราเป็นสำคัญ ราที่ก่อ ให้เกิดไลเคนมีประมาณ 13,500 ชนิด ส่วนสาหร่ายในไลเคน มีประมาณ 100 ชนิด 40 สกุล เท่านั้น ผลของการอยู่ร่วมกันของสาหร่ายและราทำให้เกิดโครงสร้าง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของไลเคน เรียกว่า ทัลลัส (Thallus) แบ่งไลเคนออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1. ครัสโตส (Crustose)   มีลักษณะคล้ายฝุ่นผงอัดตัวกันเป็นแผ่นบาง ๆ
มีชั้นผิวด้านบนด้านเดียว ส่วนด้านล่างแนบสนิทกับวัตถุที่เกาะ

 

2. โฟลิโอส (Foliose) มีลักษณะคล้ายแผ่นใบ มีชั้นผิว 2 ด้าน ด้านบน
สัมผัสอากาศ ด้านล่างมีส่วนที่คล้ายราก แต่เกิดจากเส้นใยของรา เรียกว่า
ไรซีน (Rhizine) ใช้เกาะกับวัตถุ

 

3. ฟรูติโคส (Fruticose) หรือพวกพุ่มกอ มีลักษณะเป็นกิ่งก้านหรือเส้นสาย
มีลักษณะคล้าย รากฝอย กับรากแขนงแต่อยู่ในอากาศ

4. สะแควมูโลส (Squamulose) มีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆคล้ายเกล็ดปลา

 

 

 

ลักษณะโครงสร้าง
เมื่อผ่าไลเคนตามขวางเพื่อดูโครงสร้างภายในทัลลัส (Thallus) จะเห็น ว่า
ประกอบขึ้นจากเส้นใยของรา ที่เรียกว่า ไฮฟี (Hyphae) กับสาหร่ายซึ่ง
ประสานและเรียงตัวกันเป็น 3 ชั้นคือ

1. ชั้นคอร์เทกซ์ (Cortex) เป็นชั้นผิวนอกที่เกิดจากเส้นใยไฮฟีสานตัวกัน
อย่างหนาแน่น

2. ชั้นเมดูลา (medulla) เป็นบริเวณที่สาหร่าย (algae) อาศัยอยู่ โดย
สาหร่ายจะถูกเส้นใยไฮฟีพันไว้โดยรอบ ชั้นเมดูลา (Medulla) เป็นชั้นที่
หนาที่สุดของThallus มีลักษณะเป็น เส้นใยไฮฟีถักทอกันเป็นชั้นที่มีความ
สามารถในการกักเก็บน้ำและ ธาตุอาหารต่าง ๆ

3. ชั้นโลเวอร์คอร์เทกซ์ (Lower cortex) ด้านล่างเป็นชั้นที่
ประกอบด้วยเส้นใยของราประสานกันแน่นและมีเส้นใยของราพัฒนาเป็นไรซีน
(rhizine)ใช้ยึดเกาะกับวัตถุไลเคนบางชนิดไม่มีชั้นนี้


ไลเคนบางชนิดมี rhizine อยู่ด้านล่าง ใช้ยึดเกาะกับพื้นผิวอาศัย

 



การขยายพันธุ์ของไลเคน

เกิดขึ้นได้ 2 วิธีคือ แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) และ แบบ
ไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction)

1. แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) โดยการที่ราสร้างโครงสร้าง
ที่เรียกว่า ฟรุทติ้งบอดี้ (fruiting body) สำหรับขยายพันธุ์ (เปรียบเทียบได้กับ
ผลไม้ของพืช) โครงสร้างนี้ประกอบด้วยอะโพธีเซีย (apothecia) ซึ่งมีลักษณะ
คล้ายถ้วย จาน หรือคนโท ภายในบรรจุสปอร์ เมื่ออะโพธีเซียแก่สปอร์จะถูก
ปล่อยออกไป และแพร่ไปที่ต่างๆด้วยกระแสลม น้ำ แมลงหรือพาหะอื่นๆ เมื่อ
ตกถึงพื้นที่ที่เหมาะสม สปอร์ของราจะต้องพบกับสาหร่ายที่เหมาะสมจึงจะ
เติบโตเป็นไลเคนได้

   

รูปร่างที่หลากหลายของ lichen apothecia

2. แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) โดยการฉีกขาดของ ทัลลัส
แล้วงอกเป็นไลเคนต่อไป หรือไลเคน สร้างโครงสร้างที่มีทั้งราและสาหร่ายอยู่
ด้วยกัน ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ

ไอซิเดีย (isidia) ลักษณะรูปแท่งคล้ายเข็มเล็กๆจำนวนมากซึ่งหักง่าย
จะถูกพาไปยังที่ต่างๆด้วยวิธีการเดียวกับสปอร์

ซอริเดีย (soredia) ประกอบด้วยเส้นใยราและสาหร่ายที่ประสานกันหลวม ๆ
อยู่ที่ผิวของไลเคน มีลัษณะคล้ายขนมถ้วยฟูเล็ก ๆ

วิธีการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศนี้ ส่วนที่หลุดออกไปสามารถเติบโตเป็น
ไลเคนตัวใหม่ได้ทันที เพราะมีทั้งราและสาหร่ายอยู่แล้ว เมื่อถูกพาไปยังที่
เหมาะสมจึงเติบโตได้

 

New species of lichens in Thailand - ไลเคนชนิดใหม่ที่พบในประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

Parmotrema thailandicum   Elix & Pooprang
Habitat : On Bark, Hill Evergreen Forest, Phu Hin Rong Kla National park, Phitsanulok Province
By : Thitiporn Pooprang
Published : Mycotaxon vol. 71

Everniastrum scabridum  Elix & Pooprang
Habitat : On Bark, Hill Evergreen Forest of Northern Thailand
By : Thitiporn Pooprang
Published : Mycotaxon vol. 71

 


Laurera meristosporoides
  P.M.McCarthy & Vongshewarat
Habitat : On Bark, Hill Evergreen Forest, Phu Hin Rong Kla National park, Phitsanulok Province
By : Kajonsak Vongshewarat
Published : Mycotaxon vol. 70

Hypotrachyna chlorobarbatica   Elix & Pooprang
Habitat : On Bark, Hill Evergreen (1,200 m) Forest, Khao Yai National park, Nakhon Ratchasrima Province
By : Thitiporn Pooprang
Published : Mycotaxon vol. 71

 


Parmotrema rubromarginatum
  Elix & Pooprang
Habitat : On Bark, Na Haew National park, Loei Province
By : Thitiporn Pooprang
Published : Mycotaxon vol. 71