รายชื่อสมาชิกใกลุ่ม

1.        นายอุฤทธิ์  สาระวาท            คอมธุรกิจ ปี 4

2.        นายวีระ  มะลิวรรณ              คอมธุรกิจ ปี 4

3.        นายไพบูลย์  โหน่งกดหลด   คอมธุรกิจ ปี 4

 

มลพิษทางน้ำ

ความหมายของมลพิษน้ำ

      น้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เมื่อมีสารเจือปนในน้ำก็ย่อมกล่าวได้ว่า น้ำนั้นเริ่มมีมลพิษแล้ว เมื่อสิ่งมีชีวิตใช้เข้าไปย่อมส่งผลให้เป็นอันตรายสะสมอยู่ ถ้าสะสมปริมาณมาก ๆ เข้าอาจทำให้เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้

สาเหตุการเกิดมลพิษน้ำ

1.        น้ำเสียอันเกิดจากการซักล้าง เช่น สารจากผงซักฟอก

2.        น้ำเสียอันเกิดจากการทิ้งขยะมูลฝอย

3.        น้ำเสียอันเกิดจากกระบวนการต่าง ๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม

แหล่งที่ทำให้เกิดมลพิษน้ำ

1.        แหล่งที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่มาจากการซักล้าง จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่ฐานะและอุปนิสัยของผู้คน

สาเหตุการเกิดน้ำเสียอันเนื่องมาจากโรงงานอุตสาหกรรม
น้ำที่เกิดจากการซักล้างมักมีผงซักฟอกปนอยู่มาก ซึ่งในผงซักฟอกมีสารฟอสเฟตเป็นส่วนผสมอยู่ สารนี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังได้ ถ้ามีการสะสมเป็นปริมาณมากก็เกิดอันตรายได้เช่นกัน2.  โรงงานอุตสาหกรรม สารเคมีส่วนใหญ่ถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ เป็นเหตุให้แหล่งน้ำเสื่อมสภาพ สามารถแยกประเภทอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำได้ดังนี้

หลักเกณฑ์การวัดคุณภาพของน้ำ

            ในน้ำปกติทั่วไปจะมีปริมาณ O2 ละลายอยู่ปริมาณ 8 มิลลิกรัม / ลิตร หรือ 8 ppm. เรานิยมเรียกปริมาณ O2 ที่ละลายในน้ำนี้ว่า ค่า DO ถ้าวัดค่า DO ได้ต่ำกว่า3 ppm.ถือว่าเป็นน้ำเสีย    สำหรับค่า pH นั้น องค์การอนามัยโลกได้กำหนดว่าควรมีค่า 5 –9 จึงจะเหมาะกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ถ้ามีค่ามากหรือน้อยกว่านั้นอาจเกิดอันตรายต่อสัตว์และพืชน้ำได้

           นอกจากนี้สามารถวัดได้ด้วยค่า BOD คือ ปริมาณของ O2 ที่จุลินทรีย์ต้องการในการย่อยอินทรียสารในน้ำ ถ้าค่า BOD สูงกว่า 100 ppm. แสดงว่าน้ำเสีย

วิธีการกำจัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมทั่ว ๆ ไป

1.        นำตะแกรงมากรองเศษขยะออก แล้วผ่านไปสู่ถังกลม เพื่อให้ตกตะกอนแล้วนำตะกอนที่ได้ไปเผา

2.        ให้แบคทีเรียย่อยอินทรียสาร ซึ่งช่วยให้ย่อยดีและเร็วขึ้น โดยการพ่นฟองอากาศเข้าไป

3.        นำน้ำเสียไปตกตะกอนที่ถังกลมอีกครั้ง

4.        เติมสารเคมี เช่น โซดาไฟ เพื่อให้ฟอสเฟตรวมตัวและตกตะกอน เติมเบสเพื่อลดสภาพกรด และใช้คาร์บอนดูดกลิ่น

5.        น้ำจะผ่านลงตามช่องที่มีตะแกรงเป็นชั้น ๆ ทำให้แอมโมเนียออกไปในรูปของก๊าซได้ โดยอาศัยพัดลมเป่าทางปล่อง

6.         เผาตะกอนจะได้ CO2 นำเติมในน้ำช่วยลดความเป็นด่าง ( เบส )

7.        กรองอนุภาคต่าง ๆ โดนผ่านหม้อกรองที่ใช้ หิน กรวด ทราย

8.        เติมคลอรีนลงไป เพื่อฆ่าแบคทีเรียที่ตกค้าง จะได้น้ำที่สามารถดื่มได้

แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย

1.        ควบคุมไม่ให้มีการทิ้งขยะมูลฝอยลงแหล่งน้ำ

2.        รีไซเคิลขยะมูลฝอย

3.        ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าช่วยในการบำบัดน้ำเสีย

คุณภาพของแหล่งน้ำในโรงเรียนพนัสพิทยาคาร

      เมื่อทำการสำรวจบริเวณสระน้ำหลังอาคารเกษตร เมื่อ วันที่ 6 กรกฎาคม 2545 ปรากฏว่า น้ำนั้นมีค่า pH = 6 ซึ่งค่อนข้างเป็นกรดแต่ไม่มากนักเมื่อเปรียบกับเกณฑ์มาตรฐานยังถือว่าเหมาะแก่การดำรงชีวิตของสัตว์น้ำอยู่ สภาพน้ำค่อนข้างขุ่นถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลต่อการเจริญและสังเคราะห์แสงของพืชได้ อุณหภูมิที่วัดได้คือ 30 ° c จึงสามารถสรุปได้ว่า แหล่งน้ำนี้ยังคงเป็นน้ำที่ดี มีคุณภาพอยู่ และถือว่าเหมาะแก่การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั่ว ๆ ไปอีกด้วย

 

 

 

ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำระหว่างวันที่ 24 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2551 พบว่า ประเด็นที่ประชาชนกังวลสูงสุดอันดับแรก คือ ขยะในแหล่งน้ำ (ร้อยละ 87.1)

 

ที่มา http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/10000-8048.htm

 

 

มลพิษทางอากาศ

 

     "มลพิษทางอากาศ" มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมลพิษทางอากาศก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าจะเป็นด้านกลิ่น ความรำคาญ ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบหายใจ และระบบหัวใจและปอด ดังนั้นการติดตามเฝ้าระวังปริมาณมลพิษในบรรยากาศจึงเป็นภารกิจหนึ่งที่มีความสำคัญ กรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานที่ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยทำการตรวจวัดมลพิษทางอากาศที่สำคัญ ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน: PM-10) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) สารตะกั่ว (Pb) ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NOx) และก๊าซโอโซน (O3)     

 สถานการณ์มลพิษทางอากาศ 

     ผลจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า คุณภาพทางอากาศในประเทศไทยมีคุณภาพดีขึ้น โดยพิจารณาได้จากค่าสูงสุดของความเข้มข้นของสารมลพิษส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นฝุ่นขนาดเล็ก และก๊าซโอโซน ทั้งนี้การที่คุณภาพอากาศของประเทศไทยมีคุณภาพดีขึ้น มีสาเหตุมาจากการลดลงของปริมาณการใช้เชื้อเพลิงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ และอีกส่วนหนึ่งมาจากมาตรการของรัฐที่มีส่วนทำให้มลพิษทางอากาศลดลง (ธนาคารโลก 2002) ซึ่งได้แก่ 

การรณรงค์ให้ใช้รถจักรยานยนต์ 4 จังหวะแทนรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของการปล่อยฝุ่นละอองออกสู่บรรยากาศ การปรับเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ จึงช่วยให้มีการปล่อยฝุ่นละอองสู่บรรยากาศลดลง

 

การติดตั้งอุปกรณ์กำจัดสารซัลเฟอร์ (Desulfurization) ในโรงไฟฟ้าแม่เมาะในปี พ.ศ. 2535 เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ดังนั้นการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวทำให้ปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบรรยากาศลดลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานตั้งแต่มีการติดตั้งอุปกรณ์กำจัดสารซัลเฟอร์

 

การบังคับใช้อุปกรณ์ขจัดมลพิษในระบบไอเสียรถยนต์ประเภท Catalytic converter ในรถยนต์ใหม่ในปี พ.ศ. 2536 เนื่องจากยานยนต์เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่สำคัญ ส่งผลให้ระดับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลงจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

 

การลดปริมาณสารตะกั่วในน้ำมัน โดยในปี พ.ศ 2532 รัฐบาลได้มีมาตรการเริ่มลดปริมาณตะกั่วในน้ำมันจาก 0.45 กรัมต่อลิตรให้เหลือ 0.4 กรัมต่อลิตร และในปี พ.ศ. 2535 ได้ลดลงมาเหลือ 0.15 กรัมต่อลิตร จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลได้ยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซินที่มีสารตะกั่ว ทำให้ระดับสารตะกั่วลดลงอย่างรวดเร็วจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

 

            ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และก๊าซโอโซน ยังเป็นสารมลพิษที่เป็นปัญหา ซึ่งถึงแม้จะมีแนวโน้มลดลงเช่นกันแต่มลพิษทั้ง 2 ตัวก็ยังสูงเกินมาตรฐาน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฝุ่นละอองมีแหล่งกำเนิดหลากหลาย ทำให้การออกมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองทำได้ยาก โดยแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่สำคัญได้แก่ ยานพาหนะ ฝุ่นละอองแขวนลอยคงค้างในถนน ฝุ่นจากการก่อสร้าง และอุตสาหกรรม สำหรับในพื้นที่ชนบท แหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่สำคัญ คือ การเผาไหม้ในภาคเกษตร ขณะที่ก๊าซโอโซน เป็นสารมลพิษทุติยภูมิที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile organic compound: VOC) และออกไซด์ของไนโตรเจน โดยมีความร้อนและแสงอาทิตย์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ก๊าซโอโซนมีปริมาณสูงสุดในช่วงเที่ยงและบ่าย และถูกกระแสลมพัดพาไปสะสมในบริเวณต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายปัจจัยที่ยากต่อการควบคุมการเกิดของก๊าซโอโซน ทำให้มาตรการต่างๆ ยังไม่สามารถลดปริมาณก๊าซโอโซนลงให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้

             มลพิษทางอากาศมีแหล่งกำเนิดมลพิษและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมแตกต่างและรุนแรงต่างกันไป

ที่มา         http://www.thaienvimonitor.net/Concept/priority5.htm

 

กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องวัดความดังเสียงมาติดตั้งบริเวณชุมชนใกล้ สนามบินเชียงใหม่ หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบทั้งทางเสียงและทำให้หลังคา บ้านพังเสียหายจากการบิน

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องวัดความดังเสียงติดตั้งในบ้านพัก ของนางสุภาพร กาสเซ่นชมิดท์ เลขที่ 111/243 หมู่บ้านนิมานนรดี ตำบลแม่เหียะ ใน ตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแนวเส้นทางบิน ใกล้กับสนามบินเชียงใหม่ เพื่อวัดมลพิษและ ผลกระทบทางเสียง หลังชาวบ้านในบริเวณนี้ได้รับความเดือดร้อนมลพิษทางเสียง จากการขึ้น - ลงของเครื่องบิน บริเวณสนามบินเชียงใหม่ วันละกว่า 70 เที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินจากต่างประเทศในเวลา 2 นาฬิกา ส่งเสียงดังซึ่งช่วงนั้นเป็นเวลา พักผ่อน นอกจากนั้นที่ผ่านมา ทำให้หลังคาบ้านบางหลังพังเสียหาย จากแรงลมจาก การลงของเครื่องบินขนาดใหญ่ และชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว นายสัญญา ทุมตะขบ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แต่ละวันจะมีเครื่องบิน ขึ้น - ลง ทางด้านทิศใต้ของสนามบินเชียงใหม่ มากถึงร้อยละ 90 ทำให้ชาวบ้านใน หมู่บ้านนิมมานนรดี ได้รับผลกระทบทางเสียงมากกว่า ทางด้านเหนือของสนามบิน โดย จะรวบรวมข้อมูล การวัดความดังเสียง ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 70 เดซิเบล แต่ หากระดับเสียงที่เกินกำหนด จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการปฏิบัติตาม มาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการสนามบินเชียงใหม่ เพื่อนำผลไป ทำแบบจำลองเรื่องระดับเขตรบกวนทางเสียง เพื่อหาทางแก้ไขไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน หรือการปรับปรุงเที่ยวบิน เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างถาวร