ลิ้นและการรับรส
..............
ลิ้นเป็นอวัยวะรับสัมผัสทางเคมี ซึ่งทำหน้าที่รับรสต่างๆรสที่ลิ้นรับสัมผัสได้มี 4 รสคือ รสหวาน รสขม รสเค็ม และรสเปรี้ยว ซึ่งบริเวณที่รับรสต่างๆจะมีบริเวณที่เฉพาะดังภาพ

................................................. ลิ้นและการรับรส
..............
ลิ้นเป็นอวัยวะรับสัมผัสทางเคมี ซึ่งทำหน้าที่รับรสต่างๆรสที่ลิ้นรับสัมผัสได้มี 4 รสคือ รสหวาน รสขม รสเค็ม และรสเปรี้ยว ซึ่งบริเวณที่รับรสต่างๆจะมีบริเวณที่เฉพาะดังภาพ

.................................................

การรับรส
..............
การรับรส ด้านบนของลิ้นเท่านั้นที่รับรสได้ ส่วนด้านล่างของลิ้นไม่สามารถรับรสได้ ทั้งนี้เพราะด้านบนของลิ้นเท่านั้นที่มีปุ่มเล็กๆ ที่เรียกว่าพาพิลลา(papilla) จำนวนมาก และภายในปุ่มเหล่านี้จะมีตุ่มรับรส(taste bud) หลายตุ่ม ตุ่มรับรสแต่ละตุ่มจะรับรสได้เพียงรสเดียว ภายในตุ่มรับรสมีเซลล์รับรส(gustatory cell)หลายเซลล์อัดกันแน่นอยู่เป็นกลุ่มๆโดยมีปลายเดนไดรต์ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 และ 9 มาสัมผัสอยู่เพื่อนำกระแสประสาทไปแปลผลที่ศูนย์การรับรสมนซีรีบรัม โดยปลาย 2/3ของลิ้นจะรับรสและถูกส่งไปกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่วนโคน 1/3 ของลิ้นจะรับรสและถูกส่งไปกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 9

การรับรส
..............
การรับรส ด้านบนของลิ้นเท่านั้นที่รับรสได้ ส่วนด้านล่างของลิ้นไม่สามารถรับรสได้ ทั้งนี้เพราะด้านบนของลิ้นเท่านั้นที่มีปุ่มเล็กๆ ที่เรียกว่าพาพิลลา(papilla) จำนวนมาก และภายในปุ่มเหล่านี้จะมีตุ่มรับรส(taste bud) หลายตุ่ม ตุ่มรับรสแต่ละตุ่มจะรับรสได้เพียงรสเดียว ภายในตุ่มรับรสมีเซลล์รับรส(gustatory cell)หลายเซลล์อัดกันแน่นอยู่เป็นกลุ่มๆโดยมีปลายเดนไดรต์ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 และ 9 มาสัมผัสอยู่เพื่อนำกระแสประสาทไปแปลผลที่ศูนย์การรับรสมนซีรีบรัม โดยปลาย 2/3ของลิ้นจะรับรสและถูกส่งไปกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่วนโคน 1/3 ของลิ้นจะรับรสและถูกส่งไปกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 9

ความสำคัญของน้ำ

 

ความสำคัญของน้ำ

น้ำเป็นสารประกอบที่พบมากถึง 3 ใน 4 ส่วนของพื้นโลก โดยส่วนใหญ่อยู่ในสภาพน้ำเค็มในทะเลและมหาสมุทรประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ เป็นน้ำแข็งตามขั้วโลกประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ และเป็นน้ำจืดตามแม่น้ำลำคลองต่างๆ ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ถ้าโลกเราปราศจากน้ำสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลกก็จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เลย

ความสำคัญของน้ำต่อมนุษย์

ความสำคัญของน้ำต่อมนุษย์ มีดังนี้

1. เป็นส่วนประกอบที่มีมากที่สุดในร่างกาย มีอยู่ 2 ใน 3 ของน้ำหนักตัว โดยส่วนประกอบของส่วนต่างๆ ในร่างกาย เช่น เลือด น้ำเหลือง ตับ ไต เนื้อ

2. ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่

3. เป็นสารที่ช่วยให้กระบวนการทางเคมีในร่างกายดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การย่อยอาหาร ทั้งประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ได้อาหารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้

4. ช่วยในการลำเลียงสารต่างๆ ในร่างกาย เช่น การลำเลียงอาหาร การไหลเวียนของเลือด และยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ เหงื่อ

โดยปกติในวันหนึ่งๆ ร่างกายจะเสียน้ำไปโดยเฉลี่ยประมาณ 2.7 – 3.2 ลิตร ดังนั้นร่างกายจึงจำเป็นต้องหาน้ำมาทดแทนให้กับน้ำที่ร่างกายเสียไป โดยการดื่มน้ำโดยตรงหรือรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบอาหารแต่ละประเภทจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยอาหารประเภทผักและผลไม้จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากกว่าประเภทอื่นๆ

5. นอกจากน้ำจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเราโดยตรงแล้วยังมีประโยชน์ต่อเราในด้านต่างๆ อีก เช่น

5.1 ใช้ในด้านอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยถูกใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต เป็นตัวระบายความร้อนจากเครื่องจักรต่างๆ ตลอดจนใช้เป็นตัวทำความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย

5.2 ใช้เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ

5.3 ใช้ในการเกษตรกรรมทั้งการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

5.4 ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งภายในปะเทศและระหว่างประเทศ

5.5 ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่เล่นกีฬาทางน้ำ

5.6 ใช้ปรุงอาหาร ทำความสะอาด และซักผ้า

ความสำคัญของน้ำต่อพืช

ความสำคัญของน้ำต่อพืช มีดังนี้

1. น้ำเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการสังเคราะห์แสงของพืช

2. น้ำ เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการงอกของเมล็ดพืช เพราะน้ำจะช่วยทำให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนนุ่ม ต้นอ่อนสามารถแทงรากงอกออกมาจากเมล็ดได้ง่าย

3. น้ำเป็นตัวทำละลายสารอาหารและเกลือแร่ต่างๆ ที่มีอยู่ในดิน เพื่อช่วยให้รากดูดซึมและลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ

4. ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อเยื่อที่กำลังเจริญเติบโต ถ้าขาดน้ำก็จะทำให้เซลล์ยืดตัวไม่เต็มที่ต้นจะแคระแกร็น และถ้าขาดน้ำหนักมากๆ พืชจะเหี่ยวและเฉาตายไปในที่สุด

5. เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของพืช โดยพืชบกจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 60 – 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพืชน้ำจะมีน้ำอยู่ประมาณ 95 – 99 เปอร์เซ็นต์