พบดาวเคราะห์ต่างจักรวาล
สุริยจักรวาลของเราประกอบดวยดวงอาทิตย ซึ่งเปนดาวฤกษหนึ่งดวง และดาวเคราะหอีก 9 ดวง ดาว เคราะหเหลานี้มีดวงจันทรเปนบริวารทั้งสิ้น รวม 63 ดวง นอกจากดาวเคราะหเหลานี้แลวสุริยจักรวาลยังมีดาว หางอีกนับพันและดาวเคราะหนอยตางๆ อีกนับหมื่น
สํ าหรับคํ าถามที่วา จากดาวฤกษที่มีอยูในจักรวาล (universe) จํ านวนพัน ลาน ลาน ลาน ลาน ลาน ลาน ลาน ลาน ลาน (10 57 ) ดวงนั้น มีดาวฤกษดวงใดบางที่มีดาวเคราะหเปนบริวาร
คําถามนี้เปนคําถามที่ไมมีนักดาราศาสตรคนใด ตอบไดอยางมั่นใจ 100% เพราะแมแตกลองโทรทัศนที่มี กําลังสูงที่สุด ในปจจุบันก็ยังไมเคยเห็นดาวเคราะหที่ใครๆ ฝนถึงอยางจะๆ เลย
ดวงอาทิตยของเราเปนดาวฤกษขนาดธรรมดา มีสภาพ และคุณสมบัติที่ไมแตกตางจากดาวฤกษดวง อื่นๆ เราสามารถศึกษาหาขอมูลตางๆ เกี่ยวกับดาวดวงนี้ เชน จุดดับ corona สวนประกอบและปฏิกิริยา นิวเคลียรบนดวงอาทิตยไดอยางละเอียด เพราะดวงอาทิตยอยูใกลโลกของเรามาก (150 ลานกิโลเมตร) แตดาว ฤกษดวงอื่นๆ อยูไกลเสียจนแสงตองใชเวลาในการเดินทางจากดาวมาสูเรานานเปนป ดาว Proxima Centauri ที่ พบในป พ.ศ. 2458 เปนดาวฤกษที่อยูใกลโลกมากที่สุด (42 ลาน ลานกิโลเมตร = 4 ปแสง) ตามธรรมดาในการ บันทึกภาพของดาวฤกษบนฟลมถายภาพ เราจะเห็นเพียงจุดสวางเล็กๆ ดังนั้นหากดาวฤกษมีดาวเคราะหเปน บริวาร ประกายแสงที่สวางจา ของดาวฤกษจะบดบังแสงสะทอนจากดาวเคราะหหมด (ดาวเคราะหไมมีแสงสวาง ในตัวเอง แสงจากดาวเคราะหเปนแสงที่ไดรับจากดาวฤกษ) เทานั้นยังไมพอ แสงจากดาวทุกดวง ขณะผาน บรรยากาศของโลก จะถูกเมฆ หมอก ไอนํ้ า และอากาศที่แปรปรวนรบกวนทําใหภาพของดาวไมชัด ภาพของ ดาวเคราะหที่มีรัศมีวงโคจรรอบดาวฤกษสั้น เมื่อเปรียบเทียบกับระยะทางที่ดาวฤกษอยูหางจากโลก จะซอนทับ บนภาพของดาวฤกษหมด และนี่ก็คือเหตุผลวาเหตุใดนับ ตั้งแตมนุษยไดถือกํ าเนิดมาบนโลก เราจึงยังไมพบดาว เคราะหอื่นใดอีกเลย นอกจากดาวนพเคราะหของสุริยจักรวาลที่มีดวงอาทิตยเปนจุดศูนยกลาง
หนาที่หลักหนาที่หนึ่งของกลองโทรทัศน Hubble คือ คนหาดาวเคราะหตางจักรวาล แตจากดาวฤกษที่ มี 10 57 ดวงนั้น เราจะให Hubble ตรวจหาดาวเคราะหรอบดาวฤกษดวงนั้น
โครงการ ASEPS (Astronomical Studies of Extrasolar Planetary Systems) ของ NASA ไดถูกจัดตั้ง ขึ้น เพื่อคนหาดาวเคราะหนอกระบบสุริยะ และเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2537 ASEPS ไดจัดประชุมเชิงปฏิบัติ การที่ Jet Propulsion Laboratory เพื่อคนหาวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจหาดาวเคราะห
กระบวนการหนึ่งที่นักดาราศาสตรใชในการตรวจหา ดาวเคราะหอาศัยความจริงที่วา หากดาวฤกษมีดาว เคราะหเปนบริวารจริงๆ ดาวทั้งสองจะดึงดูดกัน แรงดึงดูดทํ าใหดาวฤกษและดาวเคราะหโคจรไปรอบจุดศูนย กลางมวลของระบบดาวคูนั้น ยกตัวอยางกรณีของดวงอาทิตยกับดาวพฤหัสบดี นํ้ าหนักมหาศาลของดาว พฤหัสบดีจะทําใหดวงอาทิตยเคลื่อนที่ดวยความเร็ว 12 เมตร/วินาที รอบจุดศูนยกลางมวล ความเร็วนี้ทํ าให แสง จากดวงอาทิตยที่พุงมาสูโลกเปลี่ยนความยาวคลื่น ความยาวคลื่นที่เปลี่ยนแปลงจะมากหรือนอยเพียงใดขึ้น กับความเร็วของดวงอาทิตย ดังนั้น หากเราตรวจพบวาแสงจากดวงอาทิตยมีความยาวคลื่นเปลี่ยนแปลงไป 0.0003% เราก็สามารถจะอนุมาณไดวาดวงอาทิตยมีดาวพฤหัสบดีเปนบริวาร โดยไมตองเห็นดาวพฤหัสบดี จริงๆ
การจับตาดูดาวฤกษขณะดาวเคราะหเคลื่อนที่ ผานก็เปนหนทางหนึ่ง ที่เราสามารถใชในการตรวจหาดาว เคราะห เพราะ ความสวางจากดาวฤกษจะลดนอยลงเมื่อถูกดาวเคราะหบดบัง แตวิธีนี้ไมคอยจะไดผล เพราะผู สังเกตตองจับตาดูดาวฤกษ ตลอดชั่วโมง ตลอดวัน ตลอดป และตลอดไป
เมื่อตนเดือนตุลาคม พ.ศ. 2537 M. Mayor แหง Geneva Observatory ในประเทศสวิสเซอรแลนดได ประกาศวา เขาและคณะไดพบดาวเคราะหดวงหนึ่งโคจรรอบดาว 51 Pegasi ในหมูดาว Pegasus ดาวเคราะห ดวงนี้อยูหางจากโลก 40 ปแสง มีนํ้ าหนักประมาณครึ่งหนึ่งของดาวพฤหัสบดี มีรัศมีวงโคจร 7.5 ลานกิโลเมตร และมีอุณหภูมิที่ผิวสูงถึง 1,200 องศา ผลการคนพบนี้ไดรับการยืนยันจาก Lick Observatory ในอเมริกา
วิทยาการใหมดาน ดาวเคราะหตางจักรวาลไดถือกํ าเนิดแลวครับ

ที่มา : ดร.สุทัศน์ ยกส้าน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)