|

|
ในผู้สูบบุหรี่น้อยกว่า
20 มวนต่อวัน การหยุดสูบบุหรี่จะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทางโรคหัวใจขาดเลือดและถ้าหากเลิกสูบบุหรี่เป็นเวลามากกว่า 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเท่ากับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ส่วนผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือหัวใจขาดเลือดหากเลิกบุหรี่จะลดอัตราตายลงได้ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจซ้ำอีก
|
|

|
ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2526 ประธานศัลยแพทย์ของสหรัฐอเมริกาสรุปว่า "การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทั้งชายและหญิงของสหรัฐอเมริกา" นั่นคือ การไม่สูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่สำคัญที่สุดและในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแล้ว การเลิกสูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราการเกิดโรคซ้ำและลดอัตราตายได้
|
ถ้าคุณยังไม่อยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1. สูบบุหรี่ในบริเวณที่จัดเป็นเขตสูบบุหรี่ได้เท่านั้นไม่ควรสูบในเขตปลอดบุหรี่ เช่น สถานที่ราชการ ธนาคาร
รถโดยสาร สรรพสินค้า
2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ต่อหน้าบุตรหรือภรรยาเพราะนอกจากบุคคลใกล้ชิดจะได้รับควันหลงหรือสูบบุหรี่มือสองที่นอกจากจะทำให้เกิดโรคและพิษภัย เช่นเดียวกับผู้สูบแล้ว บุตรจะมีพฤติกรรมเลียนแบบบิดามารดาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

ถ้าคุณอยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1.
ตั้งใจ
ตัดสินใจ แน่วแน่ ว่าต้องการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง
2.
กำหนดวัน
"ปลอดบุหรี่"
ของตนเอง อาจเป็นวันสำคัญของศาสนา วันเกิดตนเองหรือบุตร ภรรยาไม่ควรเลือกช่วงเวลาที่งานเครียด
3.
ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อมิให้สิ่งเหล่านี้มากระตุ้นความอยากบุหรี่อีก
4.
แจ้งแก่คนในครอบครัวที่ทำงาน นายจ้าง เพื่อนสนิท เพื่อร่วมงาน เพื่อให้เป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ
5.
ให้งดสุรา
กาแฟ อาหารรสจัด ละเว้นการรับประทานอาหารให้อิ่มเกินไป ไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนาน
ๆ เพราะหลังอาหารทุกมื้อจะเกิดความอยากบุหรี่อีก
6.
ในช่วงแรกที่อดบุหรี่จะรู้สึกหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความอยากหรืออาจอาบน้ำ
7.
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกทำเพื่อคลายเครียด เพราะส่วนใหญ่หลังเลิกบุหรี่น้ำหนักตัวจะขึ้นการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ลดอาหารหวาน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักได้ทางหนึ่ง

เอกสารเผยแพร่ของสถาบันควบคุมการบริโภคยาสูบ
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
จากรายงานการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า
ในกลุ่มผู้สูบหรี่จะมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง
2.4 เท่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูบบุหรี่ที่เป็นโรคความดันเลือดสูงหรือมีไขมันในเลือดสูง
จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดถึง
1.5 เท่า แต่หากผู้สูบบุหรี่นั้นเป็นทั้งความดันเลือดสูงและไขมันในเลือดจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง
8 เท่าของคนทั่วไป
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ติดบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดเสื่อมและเกิดความตีบตันเร็วมากกว่าผู้ไม่สูบถึง
10-15 ปี
องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า
1 ใน 4 หรือร้อยละ
25 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลืบุหรี่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจแน่หรือ
จากรายงานการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า ในกลุ่มผู้สูบหรี่จะมีโอกาสหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 2.4 เท่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูบบุหรี่ที่เป็นโรคความดันเลือดสูงหรือมีไขมันในเลือดสูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดถึง 1.5 เท่า แต่หากผู้สูบบุหรี่นั้นเป็นทั้งความดันเลือดสูงและไขมันในเลือดจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 8 เท่าของคนทั่วไป
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ติดบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดเสื่อมและเกิดความตีบตันเร็วมากกว่าผู้ไม่สูบถึง 10-15 ปี
องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า
1 ใน 4 หรือร้อยละ
25 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นผลจากการสูบบุหรี่
ในสตรีบุหรี่ที่ได้รับยาคุมกำเนิด จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมากกว่าสตรีทั่วไปถึงเกือบ 40 เท่า และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบและเกิดโรคระบบหลอดเลือดสูงกว่าสตรีทั่วไปด้วย
นอกจากนี้ มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 10 เท่า โดยความเสี่ยงจะเพิ่มจากจำนวนบุหรี่ที่สูบ และในกลุ่มผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันนั้น ครึ่งหนึ่ง(ร้อยละห้าสิบ) จะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเลย และอีกร้อยละ 25 จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล นั่นคือ หากเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นแล้ว โอกาสจะมีชีวิตอยู่จะน้อยลง และมีปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตต่อไปด้วย "Your heart
is your life" "หัวใจของคุณคือชีวิตของคุณ"
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้อย่างไร
พยาธิกำเนิด
หรือการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เชื่อว่า มาจากสารนิโคตินและก็าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พิสูจน์ได้ในสัตว์ทดลองส่วนสารอื่น ๆ ในควันบุหรี่ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุร่วมคือสารแคดเมี่ยม ไนตริคออกไซด์
ไฮโดรเจนไซยาไนด์คาร์บอนไดซัลไฟด์ สารเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเส้นเลือดที่นำไปสู่การที่เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบคือเกิดเส้นเลือดแข็ง ผนังเส้นเลือดหนา เกร็ดเลือดจับตัวเส้นเลือดหัวใจหดตัว หัวใจเต้นไม่ปกติ ผลคือ ทำให้เลือดเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจขาดออกซิเจน เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้หากเกิดกับเส้นเลือดที่ไปเสี้ยงสมองก็จะทำให้สมองขาดออกซิเจนเช่นกันเป็นผลให้สมองเสื่อมสภาพ นำไปสู่การเป็นอัมพฤต
อัมพาต
หากเกิดกับเส้นเลือดที่แขน
ขา จะทำให้ปวดขามากเวลาเดินเพราะกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน อาจนำไปสู่การเน่าของแขน
ขา ถึงกับต้องตัดขาได้
นอกจากการสูบบุหรี่แล้ว สาเหตุอื่นของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบคือ โรคความดันเลือดสูง ไขมันเลือดสูง
เบาหวาน
โดยการสูบบุหรี่จะเป็นตัวเร่งให้ผู้ที่เป็นเหล่านี้เกิดการตีบตันของเส้นเลือดเร็วขึ้น
สารพิษอะไรในบุหรี่ที่มีผลต่อหัวใจ
ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารต่าง
ๆ ไม่ต่ำกว่า
4,000 ชนิด ซึ่งอยู่ภายในใบยาสูบและเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมี สารเคมีหลักที่ทำให้เกิดผลต่อหัวใจคือ
รูปหัวใจ

ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดตีบแล้ว บางครั้งต้องใช้ศัลยกรรมช่วยแก้ไข ตัดต่อเส้นเลือด และหากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับคำแนะนำ (แกมบังคับ) ให้เลิกบุหรี่ พบว่าหากผ่าตัดแล้วยังสูบบุหรี่ต่อโอกาสเกิดเส้นเลือดตับตันอีกจะสูงมาก และอัตราการรอดชีวิตจะต่ำกว่าผู้ที่เลิกบุหรี่ได้
1. นิโคติน
เป็นสารเสพติด สารที่ทำให้คนติดบุหรี่ และเมื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะมีผลโดยตรงต่อสมองและต่อมหมวกไต ทำให้มีการหลั่งสารต่าง
ๆ ออกมา เช่น
นอร์อดรีนาลิน
โดปามิน ชีโรโทนินิ เกิดปฏิกิริยาขึ้นหลายอย่าง มีการกด-กล่อมประสาท ความดันเลือดสูงขึ้น ทำใจเต้นเร็วขึ้นเส้นเลือดแดงหดตัว ซึ่งเป็นปัจจจัยที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบ ลิ้นของหัวใจมีการตีบตันจากกลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดไปจับตัวกันมีการหนาตัวขึ้นขยายผนังด้านในทำให้ระบบไหลเวียนไม่เป็นไปตามปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากบุหรี่

2. คาร์บอนมอนนอกไซด์ ในควันบุหรี่ประกอบด้วยคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณสูงและสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วมีความสามารถในการแย่งที่ออกซิเจนในการจับกับเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายรับออกซิเจนน้อยลง ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
3. สารไทโอไซยาเทน พบสารไทโอไซยาเนทในปริมาณสูง สารนี้เมื่อถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดแล้ว จะถูกทำลายพิษที่ตับและสะสมในร่างกาย เช่นในน้ำลาย ปัสสาวะ
เลือด
เราจึงสามารถนำน้ำลายเลือด มาตรวจในผู้ที่สูบบุหรี่ได้
การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยให้โรคหัวใจดีขึ้นหรือไม่
|

|
ในผู้สูบบุหรี่น้อยกว่า
20 มวนต่อวัน การหยุดสูบบุหรี่จะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทางโรคหัวใจขาดเลือดและถ้าหากเลิกสูบบุหรี่เป็นเวลามากกว่า 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเท่ากับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ส่วนผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือหัวใจขาดเลือดหากเลิกบุหรี่จะลดอัตราตายลงได้ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจซ้ำอีก
|
|

|
ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2526 ประธานศัลยแพทย์ของสหรัฐอเมริกาสรุปว่า "การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทั้งชายและหญิงของสหรัฐอเมริกา" นั่นคือ การไม่สูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่สำคัญที่สุดและในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแล้ว การเลิกสูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราการเกิดโรคซ้ำและลดอัตราตายได้
|
ถ้าคุณยังไม่อยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1. สูบบุหรี่ในบริเวณที่จัดเป็นเขตสูบบุหรี่ได้เท่านั้นไม่ควรสูบในเขตปลอดบุหรี่ เช่น สถานที่ราชการ ธนาคาร
รถโดยสาร สรรพสินค้า
2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ต่อหน้าบุตรหรือภรรยาเพราะนอกจากบุคคลใกล้ชิดจะได้รับควันหลงหรือสูบบุหรี่มือสองที่นอกจากจะทำให้เกิดโรคและพิษภัย เช่นเดียวกับผู้สูบแล้ว บุตรจะมีพฤติกรรมเลียนแบบบิดามารดาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

ถ้าคุณอยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1.
ตั้งใจ
ตัดสินใจ แน่วแน่ ว่าต้องการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง
2.
กำหนดวัน
"ปลอดบุหรี่"
ของตนเอง อาจเป็นวันสำคัญของศาสนา วันเกิดตนเองหรือบุตร ภรรยาไม่ควรเลือกช่วงเวลาที่งานเครียด
3.
ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อมิให้สิ่งเหล่านี้มากระตุ้นความอยากบุหรี่อีก
4.
แจ้งแก่คนในครอบครัวที่ทำงาน นายจ้าง เพื่อนสนิท เพื่อร่วมงาน เพื่อให้เป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ
5.
ให้งดสุรา
กาแฟ อาหารรสจัด ละเว้นการรับประทานอาหารให้อิ่มเกินไป ไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนาน
ๆ เพราะหลังอาหารทุกมื้อจะเกิดความอยากบุหรี่อีก
6.
ในช่วงแรกที่อดบุหรี่จะรู้สึกหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความอยากหรืออาจอาบน้ำ
7.
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกทำเพื่อคลายเครียด เพราะส่วนใหญ่หลังเลิกบุหรี่น้ำหนักตัวจะขึ้นการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ลดอาหารหวาน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักได้ทางหนึ่ง

เอกสารเผยแพร่ของสถาบันควบคุมการบริโภคยาสูบ
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
อดหัวใจตีบเป็นผลจากการสูบบุหรี่
ในสตรีบุหรี่ที่ได้รับยาคุมกำเนิด
จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมากกว่าสตรีทั่วไปถึงเกือบ
40 เท่า และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบและเกิดโรคระบบหลอดเลือดสูงกว่าสตรีทั่วไปด้วย
นอกจากนี้
มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง
10 เท่า โดยความเสี่ยงจะเพิ่มจากจำนวนบุหรี่ที่สูบ
และในกลุ่มผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันนั้น
ครึ่งหนึ่ง(ร้อยละห้าสิบ)
จะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเลย และอีกร้อยละ
25 จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
นั่นคือ หากเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นแล้ว
โอกาสจะมีชีวิตอยู่จะน้อยลง และมีปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตต่อไปด้วย "Your heart
is your life" "หัวใจของคุณคือชีวิตของคุณ"
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้อย่างไร
พยาธิกำเนิด
หรือการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เชื่อว่า
มาจากสารนิโคตินและก็าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พิสูจน์ได้ในสัตว์ทดลองส่วนสารอื่น
ๆ ในควันบุหรี่ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุร่วมคือสารแคดเมี่ยม ไนตริคออกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์คาร์บอนไดซัลไฟด์
สารเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเส้นเลือดที่นำไปสู่การที่เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบคือเกิดเส้นเลือดแข็ง
ผนังเส้นเลือดหนา เกร็ดเลือดจับตัวเส้นเลือดหัวใจหดตัว
หัวใจเต้นไม่ปกติ ผลคือ ทำให้เลือดเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ
หัวใจขาดออกซิเจน เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
นอกจากนี้หากเกิดกับเส้นเลือดที่ไปเสี้ยงสมองก็จะทำให้สมองขาดออกซิเจนเช่นกันเป็นผลให้สมองเสื่อมสภาพ
นำไปสู่การเป็นอัมพฤต อัมพาต หากเกิดกับเส้นเลือดที่แขน
ขา จะทำให้ปวดขามากเวลาเดินเพราะกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน
อาจนำไปสู่การเน่าของแขน ขา ถึงกับต้องตัดขาได้
นอกจากการสูบบุหรี่แล้ว
สาเหตุอื่นของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบคือ
โรคความดันเลือดสูง ไขมันเลือดสูง เบาหวาน
โดยการสูบบุหรี่จะเป็นตัวเร่งให้ผู้ที่เป็นเหล่านี้เกิดการตีบตันของเส้นเลือดเร็วขึ้น
สารพิษอะไรในบุหรี่ที่มีผลต่อหัวใจ
ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารต่าง
ๆ ไม่ต่ำกว่า 4,000
ชนิด ซึ่งอยู่ภายในใบยาสูบและเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมี
สารเคมีหลักที่ทำให้เกิดผลต่อหัวใจคือ
รูปหัวใจ

ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดตีบแล้ว
บางครั้งต้องใช้ศัลยกรรมช่วยแก้ไข ตัดต่อเส้นเลือด
และหากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับคำแนะนำ
(แกมบังคับ) ให้เลิกบุหรี่ พบว่าหากผ่าตัดแล้วยังสูบบุหรี่ต่อโอกาสเกิดเส้นเลือดตับตันอีกจะสูงมาก
และอัตราการรอดชีวิตจะต่ำกว่าผู้ที่เลิกบุหรี่ได้
1. นิโคติน
เป็นสารเสพติด สารที่ทำให้คนติดบุหรี่
และเมื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะมีผลโดยตรงต่อสมองและต่อมหมวกไต
ทำให้มีการหลั่งสารต่าง ๆ ออกมา เช่น นอร์อดรีนาลิน โดปามิน ชีโรโทนินิ เกิดปฏิกิริยาขึ้นหลายอย่าง
มีการกด-กล่อมประสาท ความดันเลือดสูงขึ้น
ทำใจเต้นเร็วขึ้นเส้นเลือดแดงหดตัว
ซึ่งเป็นปัจจจัยที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบ
ลิ้นของหัวใจมีการตีบตันจากกลิ่มเลือดและเกล็ดเลือดไปจับตัวกันมีการหนาตัวขึ้นขยายผนังด้านในทำให้ระบบไหลเวียนไม่เป็นไปตามปกติ
ซึ่งเป็นผลมาจากบุหรี่

2. คาร์บอนมอนนอกไซด์
ในควันบุหรี่ประกอบด้วยคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณสูงและสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วมีความสามารถในการแย่งที่ออกซิเจนในการจับกับเม็ดเลือดแดง
ทำให้ร่างกายรับออกซิเจนน้อยลง ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
3. สารไทโอไซยาเทน พบสารไทโอไซยาเนทในปริมาณสูง
สารนี้เมื่อถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดแล้ว
จะถูกทำลายพิษที่ตับและสะสมในร่างกาย
เช่นในน้ำลาย ปัสสาวะ เลือด เราจึงสามารถนำน้ำลายเลือด
มาตรวจในผู้ที่สูบบุหรี่ได้
การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยให้โรคหัวใจดีขึ้นหรือไม่
|

|
ในผู้สูบบุหรี่น้อยกว่า
20 มวนต่อวัน การหยุดสูบบุหรี่จะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทางโรคหัวใจขาดเลือดและถ้าหากเลิกสูบบุหรี่เป็นเวลามากกว่า
10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเท่ากับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ส่วนผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือหัวใจขาดเลือดหากเลิกบุหรี่จะลดอัตราตายลงได้
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจซ้ำอีก
|
|

|
ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2526 ประธานศัลยแพทย์ของสหรัฐอเมริกาสรุปว่า
"การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทั้งชายและหญิงของสหรัฐอเมริกา" นั่นคือ การไม่สูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่สำคัญที่สุดและในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแล้ว
การเลิกสูบบุหรี่จะเป็นการลดอัตราการเกิดโรคซ้ำและลดอัตราตายได้
|
ถ้าคุณยังไม่อยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1. สูบบุหรี่ในบริเวณที่จัดเป็นเขตสูบบุหรี่ได้เท่านั้นไม่ควรสูบในเขตปลอดบุหรี่
เช่น สถานที่ราชการ ธนาคาร รถโดยสาร สรรพสินค้า
2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ต่อหน้าบุตรหรือภรรยาเพราะนอกจากบุคคลใกล้ชิดจะได้รับควันหลงหรือสูบบุหรี่มือสองที่นอกจากจะทำให้เกิดโรคและพิษภัย
เช่นเดียวกับผู้สูบแล้ว บุตรจะมีพฤติกรรมเลียนแบบบิดามารดาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

ถ้าคุณอยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร
1.
ตั้งใจ
ตัดสินใจ แน่วแน่ ว่าต้องการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง
2.
กำหนดวัน
"ปลอดบุหรี่"
ของตนเอง อาจเป็นวันสำคัญของศาสนา
วันเกิดตนเองหรือบุตร ภรรยาไม่ควรเลือกช่วงเวลาที่งานเครียด
3.
ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด
เพื่อมิให้สิ่งเหล่านี้มากระตุ้นความอยากบุหรี่อีก
4.
แจ้งแก่คนในครอบครัวที่ทำงาน
นายจ้าง เพื่อนสนิท เพื่อร่วมงาน เพื่อให้เป็นกำลังใจ
เป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ
5.
ให้งดสุรา
กาแฟ อาหารรสจัด ละเว้นการรับประทานอาหารให้อิ่มเกินไป
ไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนาน ๆ เพราะหลังอาหารทุกมื้อจะเกิดความอยากบุหรี่อีก
6.
ในช่วงแรกที่อดบุหรี่จะรู้สึกหงุดหงิด
ให้สูดหายใจเข้า-ออกลึก
ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความอยากหรืออาจอาบน้ำ
7.
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
หางานอดิเรกทำเพื่อคลายเครียด เพราะส่วนใหญ่หลังเลิกบุหรี่น้ำหนักตัวจะขึ้นการออกกำลังกาย
ควบคุมอาหาร ลดอาหารหวาน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักได้ทางหนึ่ง

เอกสารเผยแพร่ของสถาบันควบคุมการบริโภคยาสูบ
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข