
2. สัตว์ป่าคุ้มครอง
เป็นสัตว์ทั้งที่ปกติไม่นิยมใช้เป็นอาหารและใช้เป็นอาหารทั้งที่ไม่ใช่ล่าเพื่อการกีฬาและล่า
เพื่อการกีฬา ตามที่กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้
มากกว่า 200 ชนิด เช่น ค่าง ชะนี อีเห็น ไก่ฟ้า
เหยี่ยว ช้างป่า แร้ง กระทิง กวาง หมีควาย อีเก้ง
นกเป็ดน้ำ เป็นต้น
บทลงโทษ
ทั้งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง
ห้ามมิให้ผู้
ใดทำการล่ามีไว้ในครอบครอง
ค้าขายและนำเข้าหรือส่งออก หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี
หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
|
|
|
|
นกกินลูกไม้ |
กระทิง |
คุณค่าของสัตว์ป่า
สัตว์ป่าอำนวยประโยชน์นานาประการให้แก่มนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติอื่น
ๆ มากมาย อย่างไรก็ตามประโยชน์
ส่วนใหญ่เป็นไปในทางอ้อมมากกว่าทางตรงจึงทำให้มองไม่ค่อยเห็นคุณค่าของสัตว์ป่าเท่าที่ควร
เมื่อเทียบกับ
ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ เช่น ป่าไม้ น้ำ และแร่ธาตุ
เป็นต้น ตัวอย่างคุณค่าของสัตว์ป่า เป็นต้นว่า
1. ด้านเศรษฐกิจ
ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่มนุษย์ได้จากสัตว์ป่าก็ได้แก่การค้าสัตว์ป่า
หรือซากของสัตว์ป่าโดย
เฉพาะหนังสือป่าในปีหนึ่ง ๆ
ทำรายได้ให้กับประเทศและมีเงินหมุนเวียนภายในประเทศจำนวนไม่น้อย คุณค่าทาง
ด้านเศรษฐกิจจะรวมถึงรายได้ต่าง ๆ
จากการท่องเที่ยวในการชมสัตว์ด้วย
2. การเป็นอาหาร
มนุษย์ได้ใช้เนื้อของสัตว์ป่าเป็นอาหารเป็นเวลาช้านานแล้ว
ซึ่งสัตว์ป่าหลายชนิดก็ได้พัฒนาจน
กระทั่งกลายเป็นเลี้ยงไป
สัตว์ป่าหลายชนิดตามธรรมชาติคนก็ยังนิยมใช้เนื้อเป็นอาหารอยู่ เช่น หมูป่า เก้ง
กวาง
กระจง
กระทิง นกเขาเปล้า นกเป็ดน้ำ ตะกวด แย้ เป็นต้น อวัยวะของสัตว์ป่าบางอย่าง เช่น
นอแรด กระโหลก
เลียงผา เขากวางอ่อน เลือดและกระเพาะค่าง ดีของหมี
ดีงูเห่า ก็ยังมีผู้นิยมดัดแปลงเป็นอาหาร หรือใช้เป็นเครื่อง
ยาสมุนไพรอีกด้วย
|
|
|
|
หมูป่า |
ตะกวด |
3. เครื่องใช้เครื่องประดับ
นอกจากเนื้อของสัตว์ป่าและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ป่าจะใช้เป็นอาหารและยาแล้ว อวัยวะ
บางอย่างของสัตว์ป่าก็ยังใช้ประโยชน์ต่าง ๆ
ได้อีกมากมาย เช่น หนังใช้ทำกระเป๋า รองเท้า เครื่องนุ่งห่ม งาช้าง
ใช้เป็นเครื่องประดับ กระดูก
เขาสัตว์ใช้ทำด้ามมีดด้ามเครื่องมือ หรือแกะสลักต่าง ๆ เป็นต้น
4. การนันทนาการและด้านจิตใจ
นับเป็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของสัตว์ป่า แต่ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินได้โดยง่าย
การท่องเที่ยวชมสัตว์ป่าในสวนสัตว์
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและแหล่งสัตว์ป่าอื่น ๆ นับเป็นเรื่อง
นันทนาการทั้งสิ้นเช่นเดียวกับการสงสารสัตว์ป่าที่ถูกทรมาน
กักขัง หรืออื่นใดก็ตามที สัตว์อยู่อย่างไม่ผาสุกก็เป็น
เรื่องจิตใจ
รวมตลอดทั้งการท่องเที่ยวป่าเห็นสัตว์ป่าหรือไม่เห็นสัตว์ป่า
ซึ่งควรประดับความงามตามธรรมชาติเป็น
ทั้งนันทนาการและด้านจิตใจทั้งสิ้น
5. ด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการแพทย์
สัตว์ป่านับมีคุณค่าใหญ่หลวงที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา
และแพทย์ ประสบผลสำเร็จในด้านการค้นคว้าทดลองต่าง ๆ
โดยขั้นแรกเขาทดลองกับสัตว์ป่าเสียก่อน เช่น ทดลอง
กับหนู กระแต ลิง จากนั้นจึงนำไปใช้กับคนการค้นคว้า
ทดลองเหล่านี้หากไม่มีสัตว์ป่าเป็นเครื่องทดลองก่อนแล้ว ก็
อาจจะมีผลสะท้อนถึงคนอย่างมาก
6. เป็นตัวควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
สัตว์ป่านับได้ว่าเป็นตัวควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ด้วยกันเอง ทำ
ให้ผลกระทบต่อคนบรรเทาเบาบางลงไปไม่มากก็น้อย เช่น
ค้างคาวกินแมลง นกฮูกและงูสิงกินหนูต่าง ๆ นกกินตัว
หนอนที่ทำลายพืชเศรษฐกิจ เป็นต้น
ซึ่งหากไม่มีสัตว์ป่าต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วคนอาจจะต้องเสียเงินทองจำนวนมาก
กว่าเป็นอยู่ในปัจจุบันที่จะต้องกำจัดศัตรูทั้งทางตรงและทางอ้อมเหล่านี้
7. คุณค่าของสัตว์ป่าต่อทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ
คนส่วนใหญ่มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติ
ต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้
เป็นต้นว่า ป่าไม้ทำให้สัตว์ป่ามีที่อยู่อาศัย เป็นอาหาร และเป็นที่หลบ
ภัย ป่าไม้ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ป้องกันการกัดเซาะของน้ำ
ลม ป่าไม้ช่วยทำให้มีน้ำไหลตลอดปี น้ำใสสะอาดปราศ
จากตะกอน ป่าไม้ช่วยทำให้ฝนตก บรรเทากระแสลมพายุ
ป่าไม้ทำให้อากาศไม่ร้อนไม่หนาว ป่าไม้เป็นแหล่งสะสม
แร่ธาตุและป่าไม้ทำให้มนุษย์ได้ใช้สอย
ขาดป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ก็อยู่ไม่ได้ ทำนองเดียวกันกับทรัพยากร
ธรรมชาติอื่น ๆ
ที่คนจะมองเห็นความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
ทั้งนี้ยกเว้นสัตว์ป่ามักจะมองเห็นเฉพาะต้องอาศัยทรัพยากร
ธรรมชาติอื่น ๆ เท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว
สัตว์ป่าก็มีผลต่อทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ไม่น้อยเช่นเดียวกัน อย่าง
เช่นทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ก็มีส่วนช่วยหลายอย่าง
เช่น
7.1 สัตว์ป่าช่วยทำลายศัตรูป่าไม้
ต้นไม้ในป่าจะมีศัตรูตามธรรมชาติเสมอ ๆ เช่น โรคและแมลง เป็นต้น แต่ศัตรูเหล่า
นี้จะไม่ระบาด
โดยเฉพาะแมลงหากมีตัวทำลายสัตว์ป่าหลายชนิดเป็นตัวกำจัดแมลงนอกจากที่กล่าวไปแล้วก็มี
เช่น
นกหัวขวาน นกไต่ไม้ จะกินแมลงและตัวหนอน ตามลำต้น
นกกินแมลง นกจับแมลง จะกินแมลงที่มาทำลายใบ ดอก
และผล ตุ่น หนูผี
จะกินหนอนที่มากินรากและลำต้นใต้ดิน
หากปราศจากสัตว์เหล่านี้แล้วต้นไม้จะได้รับความเสียหาย
และอาจจะตายในที่สุด
7.2 สัตว์ป่าช่วยผสมเกสรดอกไม้
ต้นไม้ผสมเกสรได้นั้นอาศัยปัจจัยหลายอย่างช่วย เช่น ลม และแมลงสำหรับสัตว์ป่า
บางชนิดก็เป็นตัวที่ช่วยผสมเกสรด้วย เช่น นกกินปลี
นกปลีกล้วย และค้างคาวกินน้ำหวานดอกไม้ เป็นต้น สัตว์ป่าเหล่า
นี้จะช่วยผสมเกสรดอกไม้ในขณะที่กินน้ำหวานดอกไม้จากดอกหนึ่งไปยังอีกดอกหนึ่งหรือจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง
ทำนองเดียวกับลมและแมลงดังกล่าวแล้ว
7.3 สัตว์ป่าช่วยในการกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้
สัตว์ป่าบางชนิด เช่น นกขุนทอง นกเงือก ค้างคาวบางชนิด ลิง ค่าง ชะนี
กวาง
เก้ง กระทิง วัวแดง เป็นต้น จะกินผลไม้เป็นอาหาร แล้วคายหรือถ่ายเมล็ดออกมาตามที่ต่าง
ๆ เมล็ดไม้บางชนิดไม่
ได้รับความเสียหายใด ๆ
ในการผ่านกระเพาะของสัตว์เหล่านี้ก็เท่ากับสัตว์ป่าช่วยในการกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ไปในที่
ต่าง ๆ
ที่สัตว์ท่องเที่ยวไปแล้วคายหรือถ่ายเมล็ดไม้ออกมา
7.4 สัตว์ป่าช่วยทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
มูลของสัตว์เกือบทุกชนิดใช้เป็นปุ๋ยได้อย่างดี เท่ากับเพิ่มความอุดมสมบูรณ์
ให้กับดิน ในขณะเดียวกันเมื่อสัตว์ป่าตายลง
ซากของสัตว์ป่าก็จะกลายเป็นปุ๋ยได้เช่นเดียวกัน ทุกวันนี้เกิดปัญหาการดัด
แปลงมูลของสัตว์ป่าบางชนิด เช่น มูลของค้างคาว
ซึ่งมีอยู่มากมายตามถ้ำต่าง ๆ ให้ใช้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้แก้ปัญหา
ต่าง ๆ ได้
ทุกวันนี้แม้ว่าจะใช้มูลค้างคาวเป็นปุ๋ยอยู่บ้าง ก็อยู่เฉพาะในวงจำกัด
ในปัจจุบันวงการป่าไม้เองก็ต้องใช้ปุ๋ยใน
สวนป่าเหมือนกันทั้งนี้เนื่องจากการทำงานสัตว์ป่าออกไปเกือบหมดป่านั่นเอง

วัวแดง
ปัญหาทรัพยากรสัตว์ป่า
ในปัจจุบันสัตว์ป่ามีจำนวนลดน้อยลงมาก
ชนิดที่สมัยก่อนมีอยู่ชุกชุมก็ไม่ค่อยได้พบเห็นอีกบางชนิดก็ถึงกับสูญพันธุ์
ไปเลย ปัญหานี้สาเหตุมาจาก
1. ถูกทำลายโดยการล่าโดยตรงไม่ว่าจะล่าเพื่ออาหารหรือเพื่อการกีฬาหรือเพื่ออาชีพ
2. การสูญพันธุ์หรือลดน้อยลงไปตามธรรมชาติของสัตว์ป่าเอง
ถ้าหากไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนของ
สภาพแวดล้อมได้ หรือจากสาเหตุภัยธรรมชาติต่าง ๆ เช่น
น้ำท่วม ไฟป่า
3. การนำสัตว์ป่าต่างถิ่น (Exotic animal) เข้าไปในระบบนิเวศสัตว์ป่าประจำถิ่น
ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความ
สมดุลของสัตว์ป่าประจำถิ่นจนอาจเกิดการสูญพันธุ์
4. การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
ซึ่งก็ได้แก่การที่ป่าไม้ถูกทำลายด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะโดยถากถางและเผา
เพื่อทำการเกษตรกิจกรรมการพัฒนา เช่น
การตัดถนนผ่านเขตป่า การสร้างเขื่อน ฯลฯ ทำให้สัตว์ป่าบางส่วนต้องอพยพ
ไปอยู่ที่อื่นหรือไม่ก็เสียชีวิตขณะที่ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกทำลาย
5. การสูญเสียเนื่องจากสารพิษตกค้าง
เมื่อเกษตรกรใช้สารเคมีในการเพาะปลูก เช่น ยาปราบศัตรูพืชจะทำให้เกิดการ
สะสมพิษในร่างกายทำให้บางชนิดถึงกับสูญพันธุ์ได้
การอนุรักษ์สัตว์ป่า
สัตว์ป่ามีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงคนเราด้วยทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม
จึงต้องมีวิธีการป้องกันและแก้ไข
ไม่ให้สัตว์ป่าลดจำนวนหรือสูญพันธุ์ด้วยการอนุรักษ์สัตว์ป่า
ดังนี้
1. กำหนดกฎหมายและวิธีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
เพื่อให้ป่าเป็นแหล่งอาหารที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อาทิ เขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า
เขตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ฯลฯ ให้มีมากเพียงพอ
2. การรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้เห็นความสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างจริงจัง
3. การไม่ล่าสัตว์ป่า ไม่ควรมีการล่าสัตว์ป่าทุกชนิด
ทั้งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองเพราะปัจจุบันสัตว์ป่าทุกชนิดได้ลด
จำนวนลงอย่างมากทำให้ขาดความสมดุลทางธรรมชาติ
4. การป้องกันไฟป่า
ไฟป่านอกจากจะทำให้ป่าไม้ถูกทำลายแล้วยังเป็นการทำลายแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์
ป่าด้วย
5. การปลูกฝังการให้ความรัก
และเมตตาต่อสัตว์อย่างถูกวิธีสัตว์ป่าทุกชนิดมีความรักชีวิตเหมือนกับมนุษย์
การฆ่าสัตว์
ป่า
การนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงไว้ในบ้านเป็นการทรมานสัตว์ป่า ซึ่งมักไม่มีชีวิตรอด
6. การเพาะพันธุ์เพิ่มสัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์หรือมีจำนวนน้อยลง
ควรมีการเพาะพันธุ์ขยายพันธุ์ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น
เพื่อเป็นการทดแทนและเร่งให้มีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น

สมันเป็นสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์แล้ว
|
ปฐมบทว่าด้วยเรื่องสัตว์ป่า |
|
สัตว์ป่า, สัตว์เลี้ยง, สัตว์ทุกชนิด, สัตว์บก, สัตว์น้ำ,
สัตว์ปีก, แมลง, สวนสัตว์,
การดำน้ำ, ปะการัง, วัคซีน,
ระบบนิเวศน์ |
|
ไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลงหรือแมง
ซึ่งโดยธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่า และให้หมาย ความรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย
แต่ไม่หมายรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียน ทำตั๋วรูป พรรณว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้ว
และสัตว์พาหนะที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว"
นอกจากนี้นักวิชาการทางด้าน สัตว์ป่ายังได้ให้ความหมายไว้ว่า
สัตว์ป่าคือสัตว์ที่เกิดและเจริญเติบโตในป่าตามธรรมชาติโดยไม่รวมถึงสัตว์ที่นำมาเลี้ยงไว้ใน บ้านหรือในสวนสัตว์ที่ไม่ใช่เป็นธรรมชาติของสัตว์
ความหมายอันนี้ยังรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงที่ถูกนำไปปล่อยในป่าธรรมชาติและ สัตว์นั้นๆยังสามารถมีชีวิตและเจริญเติบโตได้ในสภาพของธรรมชาตินั้นๆ? แล้วสัตว์ป่าจะต้องไม่เชื่องต่อมนุษย์และต้องสามารถดำรงชีวิตได้เองตามธรรมชาติ ประโยชน์ของสัตว์ป่า
1)
ประโยชน์ทางตรง กาลเพื่อการกีฬา
ประโยชน์ทางด้านนี้หมายรวมถึงการถ่ายรูปสัตว์ป่า การส่องดูสัตว์ป่าตามธรรมชาติ เช่นการดูนก, การดำน้ำชมปะการัง เป็นต้น 2)
ประโยชน์ทางอ้อม โดยการกินเป็นทอดๆตามห่วงโซ่และสายใยอาหาร การเลี้ยงสัตว์ป่าในลักษณะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ
ช่วยลดการทำลายสัตว์ป่าได้ ประเภทของสัตว์ป่า เพื่อเป็นการปกป้องรักษาสัตว์ป่าให้มีชีวิตสืบต่อไปถึงอนุชนรุ่นหลังจึงมีการออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ. 2535 ภูมิพลอดุลเดช
ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2535 เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน แบ่งสัตว์ป่าออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. สัตว์ป่าสงวน
เป็นสัตว์ป่าที่หายากและปัจจุบันมีจำนวนน้อยมากบางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้วมีอยู่ 15 ชนิด คือ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร แรด
กระซู่ กูปรีหรือโคไพร ควายป่า ละองหรือละมั่ง สมันหรือ เนื้อสมัน เลียงผา
นกแต้วแล้วท้องดำ นกกระเรียน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อและพะยูนหรือหมูน้ำ 2. สัตว์ป่าคุ้มครอง
เป็นสัตว์ทั้งที่ปกติไม่นิยมใช้เป็นอาหารและใช้เป็นอาหารทั้งที่ไม่ใช่ล่าเพื่อการกีฬาและล่าเพื่อการกีฬา
ตามที่กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้ มากกว่า 200 ชนิด เช่น ค่าง ชะนี อีเห็น ไก่ฟ้า เหยี่ยว ช้างป่า แร้ง
กระทิง กวาง หมีควาย อีเก้ง นกเป็ดน้ำ เป็นต้น บทลงโทษ
ทั้งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง
ห้ามมิให้ผู้ใดทำการล่ามีไว้ในครอบครอง ค้าขายและนำเข้าหรือส่งออก
หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
คุณ สัตว์ 1. ด้าน 2. การ 3. เครื่องใช้เครื่องประดับ
นอก 4. การ 5. ด้าน 6. เป็น 7. คุณ 7.1 สัตว์ 7.2 สัตว์ 7.3 สัตว์ 7.4 สัตว์
ปัญหา ใน 1. ถูก 2. การ 3. การ 4. การ 5. การ การ สัตว์ 1. กำหนด 2. การ 3. การ 4. การ 5. การ 6. การ
|