น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ามหาศาล
น้ำมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
สัตว์ และพืชถ้าขาดน้ำเมื่อใดก็เป็นการยากที่มนุษย์สัตว์และพืชจะดำรงชีวิตอยู่ได้นาน
ดังนั้นตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบันเราจะพบว่ามนุษย์ทุกหมู่
สัตว์และพืชจะดำรงชีวิตอยู่ได้นานดังนั้นตั้งแตทุกเหล่า
ทุกเผ่าพันธุ์ เลือกตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้น้ำ
น้ำธรรมชาติมีอยู่ทั่วไปทั้งบนผิวดิน
ใต้ดิน และในบรรยากาศ น้ำบนผิวดินเป็นแหล่งน้ำที่เราจะพบมากที่สุด
ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ห้วย ลำธาร ทะเลสาบ ทะเล
และมหาสมุทร ส่วนน้ำใต้ดินมีแตกต่างกันเป็น
2 ประเภท คือ น้ำในดิน และน้ำบาดาล


ถ้าเราขุดบ่อลงไปบริเวณแหล่งน้ำในดิน
เราเรียกบ่อน้ำชนิดนี้ว่า บ่อน้ำในดิน
และถ้าขุดบ่อลึกลงไปมาก ๆ หรือใต้ชั้นหินจนถึงระดับน้ำบาดาล
เราเรียกบ่อน้ำชนิดนี้ว่า บ่อน้ำบาดาล
น้ำธรรมชาติที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของมนุษย์
สัตว์ และความเจริญของพืชพันธุ์ ได้แก่ น้ำบนผิวดิน
ในแต่ละวัน คนเราต้องใช้น้ำจำนวนมากทั้งในด้านการอุปโภค
บริโภค การประกอบอาชีพ เช่น การประมง เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องช่วยกันรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้ให้สะอาดอยู่เสมอ
หากปล่อยให้มีสิ่งสกปรก เช่น ขยะ หรือน้ำทิ้ง ลงปะปนอยู่ในน้ำธรรมชาติ
ก็จะทำให้แหล่งน้ำนั้นกลายเป็นน้ำเสียในภายหลัง
เมื่อแหล่งน้ำดีกลายเป็นน้ำเสีย ก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคน
พืช และสัตว์ ไม่เฉพาะแต่พื้นที่เดียวเท่านั้น
อาจขยายบริเวณภยันตรายกว้างไกลออกไปทั้งชุมชนละแวกนั้น
ๆ ได้
|

|

|
|
คุณประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของน้ำคือ
อาชีพทางน้ำ
|
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทั้งในด้านการอุปโภคและบริโภค
|
สาเหตุที่จะทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลอง
และแหล่งน้ำธรรมชาติอื่น ๆ กลายเป็นน้ำเสีย
กล่าวโดยสรุปได้แก่
1. สิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน
ที่อยู่อาศัยของชนที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนเป็นย่านที่อยู่อาศัย
และย่านการค้าขาย ในอาณาบริเวณดังกล่าวนี้
ย่อมจะมีน้ำทิ้งจากการอุปโภคและบริโภค
เช่น น้ำจากการซักล้างและการทำครัว น้ำจากส้วมที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำลำคลอง
น้ำทิ้งเช่นนี้จะทำให้เกิดน้ำเน่าน้ำเสียได้


2. สิ่งปฏิกูลจากการเกษตรกรรม
ในการเพาะปลูกปัจจุบันนี้
เกษตรกรใช้สารเคมีมากขึ้น เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ซึ่งบางชนิดสลายตัวยาก สารอาจจะตกค้างอยู่ตามพืชผักผลไม้
ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค และบางส่วนอาจจะกระจายอยู่ตามพื้นดิน
เมื่อฝนตกน้ำฝนจะชะล้างลิ่งเหล่านี้ลงแม่น้ำลำคลอง
เป็นเหตุให้กุ้ง ปลา หอย ปู และสัตว์น้ำอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงตายได้
ถ้าสัตว์น้ำได้รับสารเคมีบางชนิดในปริมาณไม่มาก
ก็อาจสะสมอยู่ในตัวสัตว์ เมื่อคนจับสัตว์น้ำเหล่านี้มาทำอาหาร
สารเคมีนั้นก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของคนอีกทอดหนึ่ง
บริเวณเพาะปลูกอาจมีมูลสัตว์ปนอยู่
เมื่อฝนตกหรือเมื่อใช้น้ำรดพืชผักผลไม้
น้ำก็จะชะล้างสิ่งปฏิกูล คือมูลสัตว์นี้ลงสู่แม่น้ำลำคลอง
ในมูลสัตว์อาจมีเชื้อโรคและพยาธิปนอยู่
เป็นเหตุให้ผู้ใช้แม่น้ำลำคลองได้รับเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลนั้นได้
3. สิ่งปฏิกูลจากการอุตสาหกรรม
โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปใช้น้ำในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน
น้ำที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องมือและพื้นที่ในโรงงาน
และน้ำทิ้งจากโรงงาน จะเป็นน้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง
บางโรงงานอาจมีวัสดุเหลือจากผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบางประเภทปนไปกับน้ำทิ้งทั้งหมดนี้
เป็นเหตุให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่า ส่งกลิ่นเหม็น
มีสารพิษปะปนอยู่กลายเป็นมลภาวะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น
น้ำมันจากโรงงานอุตสาหกรรมก็มีส่วนทำความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
หากใช้น้ำมันโดยขาดความระมัดระวัง เช่น
การเทน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วลงน้ำ
ตลอดจนการทำความสะอาดโรงงาน น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยลงแม่น้ำลำคลองเช่นนี้
จะมีคราบน้ำมันลอยเป็นฝา ทำให้ก๊าซออกซิเจนในอากาศไม่สามารถจะละลายลงไปในน้ำ
มีผลทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำขาดก๊าซออกซิเจน
ยิ่งกว่านั้นถ้ามีคราบน้ำมันคลุมผิวพื้นน้ำ
แสงแดดส่องลอดลงไปใต้น้ำไม่ได้ ทำให้พืชในน้ำบางชนิดไม่สามารถสร้างอาหารและเจริญเติบโต
แล้วยังมีผลเสียต่อเนื่องทำให้สัตว์ในน้ำตายด้วย
เพราะพืชเล็ก ๆ ในน้ำ ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ตายเพราะน้ำเสีย

สิ่งปฏิกูลจากโรงงานอุตสาหกรรม
เป็นเหตุให้น้ำเน่าเสีย
เหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้คุณภาพของน้ำเสียไป
ถ้าเหมืองแร่นั้นเป็นเหมืองฉีด น้ำจากเหมืองฉีดจะพาตะกอนซึ่งเกิดจากดิน
หิน ทราย และเศษแร่ไหลปนไปกับน้ำที่ชะแร่ลงสู่แม่น้ำหรือทะเล
ทำให้ลำน้ำตื้นเขิน ทับถมและทำลายแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ
จะเห็นว่าถ้าไม่มีการระมัดระวังในการใช้น้ำ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปาหรือน้ำในแม่น้ำลำคลอง
จะก่อให้เกิดน้ำเสียต่อเนื่องกันเป็นประดุจลูกโซ่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยต่อน้ำธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงอาณาประชาราษฎร์
ดังจะเห็นได้ว่าทุกแห่งที่พระองค์เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎร
จะทรงให้ความสำคัญต่อสายน้ำอันเป็นเส้นชีวิตของประชาชนว่าจะอำนวยประโยชน์สุขให้แก่ราษฎรมากน้อยเพียงใด
ด้วยเหตุนี้จึงได้มีคำว่า "น้ำพระทัยจากในหลวง"
ที่มา
: หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่ม 15