ชื่อคลาส : เบอร์เซิร์คเกอร์ (Berseker)
ชื่อจริง : เฮอร์คิวลิส (Hercules อ่านแบบภาษาละติน) หรือ เฮอราเคลส (Herakles , Heracles อ่านแบบภาษากรีก)
ฉายา : วีรบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในเทวตำนานกรีก
ที่มา : เทวตำนานกรีก
ตำนาน : เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นที่เทพซุส (Zeus) ซึ่งมักจะไปมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ธรรมดาจำนวนมาก โดยครั้งหนึ่งเทพซุสได้ไปมีสัมพันธ์กับหญิงสาวนางหนึ่งที่ชื่อว่าอัลค์เมนี (Alcmene) โดยซุสได้ปลอมตัวเป็นสามีของหล่อนและมีความสัมพันธ์กับหล่อน ก่อนที่ตัวจริงจะกลับมาถึงในคืนนั้นเช่นกัน และด้วยเหตุนี้นี่เองนางอัลค์เมเน่จึงให้กำเนิดลูกฝาแฝดสองคนในภายหลัง คนหนึ่งนั้นถูกตั้งชื่อว่า Iphicles และเป็นมนุษย์ธรรมดา ส่วนอีกคนนั้นถูกตั้งชื่อที่มีความหมายว่า "เกียรติยศแห่งเทพเฮร่า (Hera)" แต่น่าเสียดายที่ความเป็นจริงนั้นเทพเฮร่าจงเกลียดจงชังเด็กคนนี้อย่างมาก เพราะเด็กคนนั้นคือเด็กที่ซุสให้กำเนิดขึ้นมาครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพ เฮอร์คิวลิส
เมื่อเฮอร์คิวลิสเกิดมาได้ไม่ได้นานนักเฮร่าก็ส่งงูพิษสองตัวเข้าไปยังเปลนอนของเฮอร์คิวลิส หมายจะฆ่าลูกของชู้รักให้ตาย แต่ผลออกมาตรงกันข้ามเมื่อเด็กน้อยนั้นได้บีบงูพิษทั้งสองตัวอยู่ในมือแต่ละข้าง และเหวี่ยงร่างกายอันไร้ชีวิตนั้นราวกับมันเป็นของเล่นเด็ก จากจุดนี้ทำให้ทุกคน ณ ที่แห่งนั้นทราบทันทีว่าเด็กน้อยคนนี้ จะเติบโตไปเป็นคนสำคัญเป็นแน่
เมื่อเติบโตขึ้นมาเฮอร์คิวลิสเองก็ได้รับการศึกษาตามค่านิยมของคนสมัยนั้น แน่นอนว่าวิชาที่เขาถนัดนั้นก็คือวิชาเกี่ยวกับการต่อสู้ทั้งหลายนั่นเอง และฝีมือของเขาก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันเมื่อเขาฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่า และได้ยกทัพไปจัดการกับกองทัพ Minyan และจากการเอาชนะข้าศึกได้ กษัตริย์แห่งเมืองธีเบส จึงได้ยกลูกสาว เมการ่า (Megara) ให้เป็นคู่ครอง ซึ่งทั้งคู่ก็ครองรักกันและมีลูกด้วยกันสามคน
ดูเหมือนว่าทุกคนจะยินดีกับการแต่งงานและการป้องกันเอกราชของเฮอร์คิวลิส เว้นแต่เพียงเทพีเฮร่าที่ยังคงแค้นเคืองเขาและได้ทำการส่งความบ้าคลั่งให้ไปเข้าสิงเฮอร์คิวลิส ผลก็คือเขาได้ทำการฆ่าทั้งภรรยาและลูกๆของเขา หลังจากได้สติ(บางตำนานว่าเขาได้สติเอง แต่บางเจ้าก็ว่าเทพีอาเธน่าเป็นคนปาหินใส่เขาจนได้สติ) เฮอร์คิวลิสก็ตกอยู่ในความเศร้าระทมอย่างมากและเกือบจะได้ทำการฆ่าตัวตายไป แต่ด้วยการห้ามปรามของเพื่อนของเขา(ซึ่งแต่ละตำราก็ว่ากันไปคนละคนละนะครับ) แต่เขาก็ยังทนอยู่ในเมืองธีเบสต่อไม่ได้และได้เนรเทศตัวเอง ก่อนที่จะออกเดินทางไปเจอกับ Oracle ผู้ทำนายที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเทพ โดย Oracle ได้แนะนำเขาให้ไปรับใช้กับกษัตริย์ที่ชื่อ ยูริสเทียส (Eurystheus) ผู้ซึ่งเป็นญาติห่างๆของเฮอร์คิวลิส และเป็นผู้มีจิตใจหยาบช้า โดยเขาได้สั่งให้เฮอร์คิวลิสที่มาถวายตัวรับใช้ให้ไปทำงาน 10 อย่าง แต่ยูริสเทียสนั้นได้บังคับให้เขาทำงานทั้งหมดสิบสองอย่างแทน(ส่วนนึงเพราะเทพีเฮร่าคอยยุยงให้ยูริสเทียสด้วยนั่นเอง งานที่มอบไปนั้นจึงเหมือนกับการส่งให้ไปตายทั้งสิ้น) โดยงานทั้งสิบสองอย่างนี้จะถูกเรียกว่า แรงงานทั้ง 12 ของเฮอร์คิวลิส (The Twelve Labours of Hercules) โดยมีรายชื่องานดังต่อไปนี้
 |
|
เฮอร์คิวลิสกำลังล็อกคอสิงโต
|
1. การล่าสิงโตเมืองนีเมีย (The Nemean Lion)
- เป็นงานแรกของเฮอร์คิวลิสซึ่ง ยูริสเทียส สั่งให้เขาไปนำหนังสิงโตจากเมืองเนเมีย ซึ่งสิงโตที่นั่นก็แข็งแกร่งจนอาวุธทำอะไรไม่ได้ เฮอร์คิวลิสจึงต้องทำการฆ่าสิงโตด้วยมือเปล่า สุดท้ายเขาก็สามารถนำหนังสิงโตกลับไปให้ยูริสเทียสได้สำเร็จ แต่ยูริสเทียสนั้นไม่รับไว้เนื่องจากหวาดกลัวความสามารถของเฮอร์คิวลิส จึงเป็นต้นเหตุทีทำให้รูปปั้นส่วนใหญ่ของเฮอร์คิวลิสนั้นคลุมหนังสิงโตอยู่เสมอนั่นเอง
 |
|
เฮอร์คิวลิสกำลังจัดการกับไฮดร้า
|
2. การปราบ Hydra (The Lernean Hydra)
- งานชิ้นที่สองของเฮอร์คิวลิส โดยเขาได้รับคำสั่งให้ไปจัดการงูหลายหัว ไฮดรา ที่หนองน้ำเลอร์นา(Lerna)ซึ่งอยู่ใกล้ๆแถวนั้น เนื่องจากมันมักจะออกมาทำร้ายคนอื่นเสมอ งานนี้เฮอร์คิวลิส มีผู้ช่วยชื่อไอโอลอส (Iolaus และเขาไม่ได้ใส่เกราะโกลด์เซนต์นะครับ) ซึ่งงูไฮดร้านนี้แท้จริงแล้วเป็นอมตะอยู่หนึ่งหัวและสามารถงอกหัวใหม่มาได้เรื่อยๆ เฮอร์คิวลิสจึงทำการจัดการหัวที่ไม่ได้เป็นอมตะและมีไอโอลอสคอยไล่จุดไฟใส่หัวไม่อมตะพวกนั้นเพื่อไม่ให้มันงอกขึ้นมาได้ใหม่ และหัวสุดท้ายที่เป็นอมตะนั้นเฮอร์คิวลิสได้ฝังมันไว้ใต้หินใหญ่ข้างถนน ระหว่างเมืองอีเลอุส (Elaeus) กับเมืองเลอนา ทว่าเมื่อเฮอร์คิวลิสกลับไปรายงานยูริสทีส เขาก็เจอยูริสทีสปฏิเสธที่จะรับงานนี้เป็นหนึ่งในงานสิบอย่างที่ Oracle กำหนดไว้เนื่องจากงานนี้มีไอโอลอสเป็นผู้ช่วยนั่นเอง
 |
|
เฮอร์คิวลิสกับกวางที่ถูกจับและเทพีอาเธน่าที่คอยคุมเชิง
|
3. การพากวางแดง (The Hind of Ceryneia)
- งานที่สามของเฮอร์คิวลิสนั้นเป็นเหมือนงานที่ไม่ยากอะไรนักกับชายที่กำหราบสิงโตได้แต่ทว่ากวางตัวที่เขาต้องไปล่านั้นเป็นกวางวิเศษ ณ เมืองเซริเนีย อีกทั้งกวางตัวนี้ยังเป็นกวางวิเศษของเทวีแห่งดวงจันทร์ อาร์เทมิส (Artemis) ด้วยเหตุนี้เขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะฆ่ากวางตัวนี้ นอกจากนั้นแล้วกวางตัวนี้ยังมีความไวสูงจนธนูไม่สามารถต้องตัวของมันได้อีกด้วย เหตุนนี้เองเฮอร์คิวลิสจึงพยายามไล่ล่ามันอยู่หนึ่งปี จนกระทั่งกวางตัวนั้นเหนื่อยอ่อน เฮอร์คิวลิสจึงสามารถจับมันได้ในที่สุด แต่เมื่อเขาจับกวางได้แล้วเขาก็ได้พบกับ อาร์เทมิส ซึ่งมาพร้อมกับ เทพอพอลโล (Apollo) เฮอร์คิวลิสอธิบายเหตุผลที่เขาต้องทำแบบนี้ให้เทพทั้งสองฟัง อาร์เทมิส จึงยินยอมให้เขายืมกวางไป และเมื่อเฮอร์คิวลิสได้มอบกวางให้ยูริสเทียสนั้นเขาก็เจตนาปล่อยกวางให้ห่างจากตัวยูริสเทียสทำให้กวางวิเศษสามารถวิ่งหนีกลับไปหาอาร์เทมิสได้
 |
|
เฮอร์คิวลิสที่จับหมู่ป่าไปให้ยูริสเทียส
ที่กลัวจนกระโดดลงไปหลบอยู่ในตุ่มแถวนั้น
|
4. การพาหมูป่ากลับมาเป็นๆ (The Erymanthian Boar)
- หลังจากที่ยูริสเทียสล้มเหลวที่จะจัดการเฮอร์คิวลิสด้วยสามงานแรกแล้ว เขาก็มอบงานต่อไปนั่นก็คือการไปจับหมูป่าที่ทำร้ายคนอยู่บริเวณเขาอีรีแมนทัส โดยงานนี้เฮอร์คิวลิสได้ไปขอคำปรึกษาจาก Centaur สองตนนั่นคือ Chiron กับ Pholus ซึ่งคำปรึกษาที่เขาได้รับมาก็คือการไล่หมูป่าตัวนั้นให้เข้าไปยังบริเวณที่มีหิมะปกคลุมก่อนที่จะจับมันซะ ซึ่งเฮอร์คิวลิสก็ได้ตะโกนไล่หมูป่าจนมันติดกับตามแผน สุดท้ายเขาก็พามันกลับไปให้ยูริสเทียสได้สำเร็จ แต่ยูริสเทียสก็เกิดอาการหวาดกลัวมากทั้งสัตว์ร้ายและคนที่กำหรายมันได้จนถึงขนาดที่เขาต้องหลบไปอยู่ในตุ่มใบหนึ่งทีเดียว
 |
|
เฮอร์คิวลิสที่พักผ่อนหลังจากทำความสะอาดคอกปศุสัตว์เสร็จโดยมีเทพีอาเธน่ารินเหล้าให้
|
5. การทำความสะอาดคอกปศุสัตวเมือง Augeas (The Augean Stables clean up)
- เมื่อยูริสเทียสล้มเหลวในการเอาชีวิตของเฮอร์คิวลิสมาถึงสี่ครั้ง งานครั้งที่ห้านี้จึงหมายที่จะทำลายศักดิ์ศรีของเฮอร์คิวลิสแทนโดยการให้เขาไปทำความสะอาดคอกปศุสัตว์ของเมือง Augeas ซึ่งจริงๆแล้วเป็นคอกปศุสัตว์ที่เทพประธานมาให้จึงมีความกว้างใหญ่ไพศาลและจำนวนสัตว์มากมาย แต่เฮอร์คิวลิสกก็ได้ไปตกลงกับกษัตริย์ของเมืองนี้ว่าถ้าหากเขาสามารถทำความสะอาดได้ภายในวันเดียว เขาจะขอปศุสัตว์จำนวนหนึ่งในสิบ ของกษัตริย์เป็นรางวัลตอบแทน ซึ่งกษัตริย์ก็ตกลงเพราะเขาไม่คิดว่าเฮอร์คิวลิสจะทำได้ แต่เฮอร์คิวลิสก็ทำได้โดยการทำทางเชื่อมน้ำระหว่างแม่น้ำสองเส้น จนทำให้น้ำนั้นล้างคอกปศุสัตว์จนเรียบร้อย เขาจึงไปทวงถามถึงรางวัลที่เขาควรได้รับแต่กษัตริย์แห่ง Augeus ก็ได้ปฏิเสธเมื่อทราบว่าเฮอร์คิวลิสเป็นของยูริสเทียส จนกระทั่งต้องมีเรื่องขึ้นศาลกันในที่สุดซึ่งผลปรากฏว่าเฮอร์คิวลิสชนะคดีไป แต่เมื่อชนะความมาแล้วเขาก็ไม่ได้รับรางวัลจากกษัตริย์แห่ง Augeus เนื่องจากกษัตริย์แห่ง Augeus ไล่ให้เฮอร์คิวลิสออกจากเมืองของตนหลังแพ้คดี (ชนะศาลแต่ไม่มีสิทธิ์อยู่ในเมืองก็เลยชวดของรางวัลไปอะไรแบบนั้นล่ะครับ) และยูริสเทียสก็ไม่นับให้งานนี้เป็นหนึ่งในงานสิบอย่างที่ Oracle กำหนดไว้ด้วยเหตุผลที่ว่าเฮอร์คิวลิสร้องขอของรางวัลจากกษัตริย์ Augeus แล้ว
 |
|
เฮอร์คิวลิสไล่ยิงฝูงนกที่ตื่นตระหนก
|
6. การขับไล่นกที่เมือง Stymphalos (The Stymphalian Birds)
- แม้ว่าจะฝ่าฟันงานอันตรายมาแล้วห้างานแต่ยูริสเทียสก็ยังคงสั่งการให้เฮอร์คิวลิสไปทำงานที่ยากยิ่งอีกชิ้นหนึ่งนั่นก็คือการให้เฮอร์คิวลิสไปขับไล่ฝูงนกดุร้ายจำนวนมหาศาลที่เมืองสติมฟาลอสที่คอยทำลายพืชผลแถบนั้น(แต่บางตำราก็เชื่อว่านกพวกนี้กินคนด้วย) ด้วยจำนวนอันมหาศาลของมันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะขับไล่พวกมันออกไปได้ด้วยตัวคนเดียว เมื่อเป็นเช่นนี เทพีอาเทน่า (Athena) จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเฮอร์คิวลิสโดยนางได้มอบ Krotala (เครื่องดนตรีโลหะที่ทำหน้าทีให้จังหวะคล้ายฉิ่งหรือกรับ)ที่สร้างขึ้นโดย เทพเฮฟาเอสตัส(Hephaestus)เทพแห่งการตีเหล็ก จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ทำการตี Krotala นี้จนเกิดเสียงดังก้องทำให้นกพวกนี้ต้องบินออกมา ในจังหวะนั้นเองเฮอร์คิวลิสก็ระดมยิงธนู(บ้างก็ว่ายิงหินใส่)จนนกเหล่านั้นล้มตายลง และตัวที่รอดชีวิตก็ไม่เคยกลับมาแผ่นดินกรีซอีกเลย
 |
|
เฮอร์คิวลิสปะทะกับวัวของเทพโปเซดอน
|
7. การปราบวัวกระทิงเมือง Crete (The Cretan Bull)
- สำหรับภารกิจนี้เหมือนเป็นงานเบาๆสำหรับเฮอร์คิวลิสครับเพราะเขาเพียงแค่ไปจัดการปล้ำวัวที่อาละวาดในเมือง เครเต้ (Crete) ตามคำขอของกษัตริย์ ไมนอส (Minos) ซึ่งงานนี้ก็จบลงอย่างรวดเร็วเพราะเฮอร์คิวลิสสามารถเอาชนะวัวได้ในเวลาไม่นานและเมื่อเขานำวัวนี้กลับไปให้ยูริสเทียส ยูริสเทียสก็สั่งให้เขาปล่อยวัวนี้ไป(เพราะมันดุและอาละวาดหนักเกินกว่าคนธรรมดาจะรับมือไหว) สิ่งพิเศษสำหรับภารกิจนี้อยู่ที่ตัวของ "วัว" ครับ เพราะมันเป็นวัวของเทพโปเซดอนและเป็น "พ่อ" ของตัวประหลาดที่มีร่างเป็นคนแต่หัวเป็นวัวอย่าง มิโนทอร์(Minotaur) ด้วยครับ
 |
|
ม้ากับคนเลี้ยงม้า
|
8. การพาม้ากินคนของ Diomedes กลับมา (The Man-Eating Horses of Diomedes)
- เมื่อจบงานวัวกระทิง ยูริสเทียสก็ส่ง Herakles ให้ไปพาเอาม้ากินคนของไดโอมิดิส (Diomedes กษัตริย์ชนเผ่า Bistones) กลับมาที่มีเซเนีย นักเขียนหลายคนที่เล่าถึงเรื่องนี้แตกต่างกันออกไปอะพอลโลโดรุส (Apollodorus) เล่าว่า Herakles ไปกลับกลุ่มชายหนุ่มอาสาสมัคร เมื่อเอาชนะบรรดาคนดูแลม้า และบังคับม้าไปถึงทะเล ไดโอมิดิสก็พาบรรดาทหารตามมาทัน Herakles ก็ปล่อยให้เด็กหนุ่มชื่อ Abderos ดูแลม้า ในขณะที่ Herakles ไปต่อสู้กับทหาร ซึ่งม้าฝูงนี้ มีกำลังเป็นต่อหนุ่มน้อยผู้เคราะห์ร้าย เมื่อฝูงม้าทำร้ายชายหนุ่มแล้วก็ลาก Aberos ไปรอบ ๆ จนกระทั่งชายหนุ่มเสียชีวิต เมื่อ Herakles เอาชนะชาว Bistones และฆ่าไดโอมิดิสได้ ก็ตั้งเมืองชื่อ Abdera เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ Abderos
ส่วน ยูริพิดิส (Euripides) กวีอีกคนหนึ่งเล่าว่า Herakles ได้ทำงานนี้โดยลำพัง ม้ากินคนพวกนี้ เป็นม้าเทียมรถของไดโอมิดิส และ Herakles ได้จับม้าเหล่านี้ ลากรถกลับมามีเซเนีย หลังจากที่ภาระกิจเสร็จสิ้น ยูริสเทียสก็ปล่อยม้าเป็นอิสระ บรรดาม้าก็พเนจรไปเรื่อย จนกระทั่งถึงเขาโอลิมปุส ที่สถิตย์ของทวยเทพ และถูกสัตว์ร้ายในบริเวณนั้นจับกินเป็นอาหารจนหมด
 |
|
เฮอร์คิวลิสต่อสู้กับนักรบอเมซอน
|
9. การนำเอาเข็มขัดของ Hippolyte มา (Hippolyte's Belt)
- หลังจากงานง่ายๆและงานเร้าใจได้ผ่านไป ยูริสเทียสก็พยายามที่จะหางานโหดหิดมาให้เฮอร์คิวลิสอีกครั้งโดยครั้งนี้ยูริสเทียสสั่งให้เฮอร์คิวเลียสไปนำเข็มขัดของ ฮิปโพลิที(Hippolyte)ยอดนักรบแห่งเผ่าอเมซอน(เผ่านักรบหญิงล้วน)ซึ่งจรีงๆแล้วเข็มขัดนี้ก็เป็นของที่หล่อนได้รับมาจากอาเรส(Ares)เทพแห่งการรบซึ่งเป็นบิดา ยูริสเทียสต้องการให้เฮอร์คิวลิสนำเข็มขัดเส้นนั้นมาเป็นของกำนัลให้กับลูกสาวของยูริสเทียสเอง งานนี้เหมือนจะง่ายดายในทีแรกเมื่อฮิปโพลิทีต้อนรับเฮอร์คิวลิสและรับปากว่าจะมอบเข็มขัดนี้ให้แก่เขา แต่สุดท้ายเรื่องราวกก็วุ่นวายด้วยฝีมือของเทพีเฮร่าที่ปลอมตัวมายุยงคนในเผ่าว่าเฮอร์คิวลิสนั้นจะมาฆ่าหัวหน้าเผ่า จนทำให้ทั้งเผ่าหันอาวุธใส่เฮอร์คิวลิส เหตุนี้เองเฮอร์คิวลิสจึงได้ฆ่าฮิปโพลิทีและชิงเข็มขัดของเธอมา(แต่บางตำราก็ว่า เฮอร์คิวลิสไม่ได้ฆ่าเธอ เขาเพียงป้องกันตัวก่อนที่จะจับฮิปโพลิทีข่มขืนและจากนั้นทั้งเผ่าก็ยอมสยบต่อสามีคนใหม่ของหัวหน้าเผ่า) จากนั้นเขาจึงเอาเข็มขัดกลับไปมอบให้ยูริสเทียส
 |
|
เฮอร์คิวลิสเผชิญหน้ากับ Geryon และ Orthus
|
10. การปล้นคอกปศุสัตว์ของ Geryon (The Cattle of Geryon)
- งานชิ้นที่สิบนี้เป็นงานที่ใช้เวลายาวนานสำหรับเฮอร์คิวลิสโดยเขาต้องบุกไปขโมยฝูงสัตว์ในคอกปศุสัตว์ของ Geryon นักรบที่เป็นบุตรของยักษ์ผู้มี สามหัว และ สามลำตัวเชื่อมติดอยู่กับขาเพียงคู่เดียว เมื่อเฮอร์คิวลิสเดินทางไปถึงเอริเธีย (Erytheia) เขาก็ได้พบกับ Orthus สุนัขสองหัวที่เป็นน้องของ สุนัขสามหัวที่เฝ้าประตูนรก Cerberus ซึ่งเฮอร์คิวลิสก็จัดการกับหมาน้อย(?)สองหัวได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะจัดการคนเฝ้ายาม Eurythion อย่างรวดเร็วเช่นกัน จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ได้ปะทะกับ Geryon และยิง Geryon ตายด้วยธนูในที่สุด
ถึงแม้จะดูเหมือนว่างานหนักได้ผ่านไปแล้วแต่ส่วนยากของงานนั้นเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อเฮอร์คิวลิสต้องนำสัตว์ทั้งหมดนั้นกลับไปมอบให้ยูริสเทียส ระหว่างทางนั้นมีเฮอร์คิวลิสโดน Cacus สัตว์ประหลายที่เป็นบุตรของ Hephaestus ขโมยวัวไปซึ่งเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจาก Caca ในการบอกที่ซ่อนของ Cacus แล้วเขาก็สังหาร Cacus พร้อมกับนำวัวเดินทางต่อ อีกพักหนึ่งวัวตัวหนึ่งก็กระโดดลงน้ำและหนีไปทางเกาะซิซิลีของอิตาลีในบัจจุบัน เนื่องจากว่าวัวในภาษากรีกนั้นเรียกว่า "Italus" ดินแดนแห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า "Italy" จากนั้นแล้วเทพีเฮร่าก็ได้ส่งเหลือบเข้ามากวนวัวทำให้วัวแตกตื่นและกระจัดกระจายกันไป ทำให้เฮอร์คิวลิสต้องเสียเวลาไปรวบรวมวัวอีกครั้งก่อนที่จะเผชิญกับสัตว์ประหลาดอีกตนหนึ่ง ก่อนที่จะส่งมอบวัวเหล่านี้ให้ยูริสเทียสไปบูชายัญให้กับเทพีเฮร่า
 |
|
เฮอร์คิวลิสในสวนกับเหล่านางไม้
|
11. การนำเอาแอปเปิลของ Hesperides (The Apples of the Hesperides)
- หลังจากผ่านงานที่ใช้เวลายาวนานไปอีกหนึ่งชิ้น ยูริสเทียสก็สั่งการให้เฮอร์คิวลิสไปนำแอปเปิ้ลทอง ซึ่งเป็นแอปเปิ้ลที่เทพแห่งผืนปฐพีไกอา (Gaia) มอบให้เป็นของขวัญแต่งงานเมื่อครั้งที่เทพีเฮร่าได้แต่งงานกับมหาเทพ ซุส(Zeus) ซึ่งต้นแอปเปิ้ลนี้ถูกคุ้มกันโดยมังกรร้อยหัว Ladon และยังมีนางไม้ Hesperides ดูแลอยู่อีกด้วย และด้วยความที่เฮอร์คิวลิสไม่ทราบว่าต้นแอปเปิ้ลนี้ตั้งอยู่ที่ใด เขาจึงออกเดินทางไปทั่วจนกระทั่งเขาได้ข้อมูลของสวนจากการเอาชนะเทพแห่งทะเลผู้ถนัดการเปลี่ยนร่าง เนริอุส (Nereus) ก่อนที่จะได้ปลดปล่อยโปรมิเธียส (Prometheus) ซึ่งโดนกักขังอยู่ โดยโปรมิเธียสได้ให้คำแนะนำกับเฮอร์คิวลิสว่าเขาไม่จำเป็นต้องไปแย่งแอปเปิ้ลมาด้วยตัวเองแต่เขาสามารถขอให้ ยักษ์ไททัน (Titan)ที่มีชื่อว่า แอตลาส(Atlas) ซึ่งทำหน้าที่แบกโลกและท้องฟ้าเป็นคนไปขอแอปเปิ้ลนี้มาได้เนื่องจากว่า แอทลาสเป็นพ่อของ Hesperides
เฮอร์คิวลิสที่ได้รับฟังดังนั้นก็รีบไปหาแอตลาสแล้วก็ตกลงว่าเขาจะแบกโลกให้ระหว่างที่แอตลาสไปขอแอปเปิ้ลทองมาจากลูกสาวของตน หลังจากที่แอตลาสได้แอปเปิ้ลมาเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับไปหา แต่ตอนนี้เขาไม่อยากจะกลับไปแบกโลกไว้อีกแล้วแอตลาสจึงบอกกับเฮอร์คิวลิสว่าเขาจะนำแอปเปิ้ลไปให้ยูริสเทียสเอง แต่ก่อนที่แอตลาสจะได้ทำตามใจหวังเฮอร์คิวลิสก็ออกอุบายว่าเขาอยากหาอะไรมารองไหล่สักหน่อยแอตลาสจึงวางแอปเปิ้ลและรับโลกจากเฮอร์คิวลิสและในจังหวะนั้นเองเฮอร์คิวลิสก็คว้าแอปเปิ้ลทองแล้วก็รีบวิ่งเอาแอปเปิ้ลไปมอบให้ยูริสเทียสทันที
แม้ว่ายูริสเทียสจะได้แอปเปิ้ลนี้มาจากเฮอร์คิวลิส แต่เนื่องจากมันเป็นผลไม้ของเหล่าทวยเทพ(และอาจจะเป็นชะตากรรมที่ยูริสเทียสแทบจะไม่ได้ครอบครองอะไรที่เฮอร์คิวลิสเอามาให้เลย) ยูริสเทียสก็ต้องมอบมันคืนให้กับเทพีอาเธน่าก่อนที่เทพีจะนำผลไม้ไปคืนสู่ที่ๆมันควรจะอยู่
 |
|
เฮอร์คิวลิสกับเซอร์เบรัส
|
12. การพาเอา Ceberus กลับมาเป็น ๆ (Ceberus)
- และนี่เป็นภารกิจสุดท้ายของเฮอร์คิวลิส โดยครั้งนี้เขาจะต้องทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดทำได้มาก่อน นั่นคือการนำสุนัขเฝ้าประตูนรก เซอร์เบรัส (Cerberus)ขึ้นมาให้ยูริสเทียส เฮอร์คิวลิสได้เดินทางไปเมือง Eleusis และเข้าร่วมกับกลุ่ม Eleusinian จนสุดท้ายเขาก็ได้รับรู้วิธีการเข้า-ออกดินแดนแห่งความตายจากนักบวชในกลุ่ม แล้วเขาก็เดินทางไปสู่ Taeranum และสามารถลงไปยังดินแดนแห่งความตายโดยที่ตนเองยังไม่ตายได้สำเร็จ จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ประสบกับเรื่องต่างๆอีกมากมายทั้งเจอกับผี , ช่วยวีรบุรุษ , เล่นมวยปล้ำกับเหล่าผู้คุมแดนแห่งความตาย ฯลฯ จนสุดท้ายเขาก็ได้พบกับเซอร์เบรัส
สำหรับการพาตัวเซอร์เบรัสกลับมาบนโลกนั้นก็มีกล่าวกันไปแล้วแต่ผู้เล่าตัวอย่างเช่น ตำนานหนึ่งกล่าวว่าเฮอร์คิวลิสได้ปล้ำเซอร์เบรัสจนสามารถลากมันกลับมาบนโลกได้ อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่าเฮอร์คิวลิสได้ร้องขอเฮเดส(Hades)ผู้ครองดินแดนความตาย เฮเดสจึงบอกให้เขานำเซอร์เบรัสกลับไปได้เพียงแต่ห้ามให้มันต้องแผลจากอาวุธใดๆทำให้เฮอร์คิวลัสต้องกอดรัดเซเบรัสไว้แล้วปล่อยให้หางที่เป็นงูนั้นเข้ามากัดตัวของตัวเองจนกระทั่งเฮอร์คิวลิสนำมันไปให้ยูริสเทียส อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่าเซอร์เบรัสที่เห็นเฮอร์คิวลิสนั้นได้ตามเฮอร์คิวลิสกลับไปบนโลกอย่างโดยดี
ไม่ว่าเฮอร์คิวลิสจะนำพามันมาด้วยวิธีใดก็ตามสุดท้ายเฮอร์คิวลิสก็นำสุนัขเฝ้าประตูนรกนี้ไปให้ยูริสเทียสได้ และเป็นอีกครั้งที่ยูริสเทียสกระโดดหลบหลงไปในไหแถวนั้นด้วยความกลัว และนี่ก็เป็นจุดสิ้นสุดของภารกิจทั้งสิบสองของเฮอร์คิวลิส
(สำหรับข้อมูลส่วนใหญ่และรายละเอียดเต็มๆของงานทั้งสิบสองนี้สามารถอ่านรายละเอียดแบบเต็มๆที่ Blog ของคุณทองมาฯ ครับ)
 |
|
วาระสุดท้ายของเฮอร์คิวลิส
|
ในบั้นปลายชีวิตเฮอร์คิวลิสได้แต่งงานอีกครั้งกับ Deianira ซึ่งหล่อนนั้นได้โดนหลอกล่อให้เอาเลือดของเซนทอร์(คนครึ่งม้า)ตัวหนึ่งไปป้ายเสื้อของเฮอร์คิวลิสเพื่อที่จะทำให้เขารักเขาหลง แต่จริงๆแล้วเลือดของเซนทอร์ตัวนั้นมีพิษอยู่จึงทำให้ผิวของเฮอร์คิวลิสนั้นได้รับแผลราวกับถูกไฟเผาตลอดเวลา เขาจึงขึ้นไปก่อกองไฟบนภูเขา โอต้า (Oeta) เพื่อที่จะได้ตายอย่างสงบ และได้ขอให้ ฟิลอคเทเทส (Philoctetes) จุดไฟให้ โดยเฮอร์คิวลิสได้มอบธนูให้ของตนเองกับฟิลอคเทเทสซึ่งต่อมา Philoctetes ก็ได้นำธนูนั้นไปใช้ในศึกกรุงทรอย หลังจากนั้นเชื่อกันว่าเฮอร์คิวลิสได้ถูกเทพีอาเธน่าพาไปสู่สวรรค์และกลายเป็นเทพเต็มตัวไป(บางตำราว่าร่างของเขาโดนไฟลุกท่วมทำให้ร่างมนุษย์ของเขาถูกทำลายลง คงเหลือไว้เพียงร่างเทพเท่านั้น)
อาวุธ : ตามตำนานแล้วเฮอร์คิวลิสใช้อาวุธหลากหลายทั้งดาบ กระบอง และ ธนู
ประวัติแบบไทป์มูน : เฮอร์คิวลิสในท้องเรื่องของ Fate/Stay Night ฉบับอนิเมนั้นกลายเป็นนักรบบ้าคลั่งที่ทรงพลังที่สุด ทั้งยังมี Noble Phantasm : God Hand ซึ่งทำให้เขาสามารถคืนชีพได้สิบสองครั้ง (ซึ่งเป็นการอ้างอิงตามจำนวนภารกิจที่เขาได้ทำมา) เบอร์เซิร์คเกอร์ถูกอาเชอร์ใช้ Unlimited Blade Work ฆ่าไป 4 และถูกรินระเบิดหัวหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะถูกเซเบอร์และชิโร่ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ คาลิเบิร์น(Caliburn) แทงหนึ่งครั้งแต่ด้วยพลังของดาบทำให้เบอร์เซิร์คเกอร์สูญเสียชีวิตทั้งหมด ของตนเองไป
ว่ากันตามจริงแล้วผมเห็นว่าทางไทป์มูนได้สร้างเฮอร์คิวลิสในท้องเรื่อง Fate ออกมาได้แทบจะตรงกับเนื้อหาหลายๆช่วงตามตำนาน เพราะเฮอร์คิวลิสนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่วีรบุรุษยิ่งใหญ่ที่มีมารยาทงดงาม เขาออกจะเป็นคนเถื่อนตรงกับคลาสของเขาจริง
เช่นสมัยยังเล่าเรียน อยู่เฮอร์คิวลิสเคยพลั้งมือทำร้ายอาจารย์สอนวิชาด้านศิลปศาสตร์ เพราะตัวเขาไม่สันทัดในเรื่องนี้ หรืออีกครั้งหนึ่งเมื่อเขาอายุได้ 18 และปราบสิงโตด้วยมือเปล่ากษัตริย์แถบนั้นได้ให้เขามาอาศัยอยู่ในพระราชวัง และส่งลูกสาวทั้ง 50 คน ของตัวเองไปปรนเปรอ ซึ่งลูกสาวทั้ง 50 คนนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเฮอร์คิวลิส แถมบางตำราเชื่อว่าเฮอร์คิวลิสนั้นจัดการสาวๆ 49 คนภายในคืนเดียวอีกด้วย ซ้ำยังทำให้สาวๆทั้ง 49 คนนั้นท้องหมดอีกด้วย (สุดยอดจริงๆ)
ด้วยเหตุนี้ทำให้เฮอร์คิวลิสไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษสมบูรณ์แบบโดยเนื้อแท้ อีกเรื่องหนึ่งที่ไทป์มูนวางเรื่องได้เหมาะสมก็คือการที่อิลิยาเป็นมาสเตอร์ ของเฮอร์คิวลิส เนื่องจากต้นเหตุที่เฮอร์คิวลิสต้องไปทำภารกิจทั้งสิบสองนั้นก็เนื่องจากการ ฆ่าภรรยาและลูกของตัวเอง ซึ่งน่าจะทำให้เฮอร์คิวลิสนั้นรู้สึกผิดกับเรื่องนั้น จนอาจจะกลายเป็นสาเหตุเพิ่มเติมที่ทำให้เฮอร์คิวลิสยอมอยู่ภายใต้บังคับ บัญชาของเด็กหญิงตัวเล็กๆเพียงคนเดียว
** ภาพเครื่องปั้นดินเผาลวดลายงานทั้งสิบสองมาจากเวปไซท์ http://www.perseus.tufts.edu/Herakles/labors.html **
** ภาพวาระสุดท้ายของเฮอร์คิวลิสมาจากเวปไซท์ http://www.mainlesson.com/ **